[[ Gift from God -- Part 04 ]]

posted on 15 Dec 2008 14:27 by np2gether

" แน่ใจเหรอจ๊ะคาเมะว่าจะรับจ๊อบนี้น่ะ .. จริงๆ แล้วฉันผ่านงานไปให้มาซามิจังแล้วนะ เพราะฉะนั้นถ้าแค่ห่วงว่าจะไม่มีคนรับช่วงต่อ หรือกลัวว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนอะไรพรรรค์นั้นล่ะก็เลิกคิดได้เลย ... มาซามิเธอก็ดูแฮปปี้ดีด้วยตอนที่ฉันบอกน่ะ "


รินะซังแกว่งตัวไปมาบนเก้าล้อเลื่อนขณะที่พูดทั้งหมดออกมา มือข้างหนึ่งเคาะมวนกระดาษเป็นจังหวะๆ เบาๆ กับโต๊ะทำงานตัวยักษ์ แต่ดวงตาสวยทั้งคู่ของเจ้านายสาวนี่เองที่ทำให้คาเมะรู้สึกได้ว่าเธอกำลังหนักใจ ที่มากกว่านั้นก็คือความเป็นห่วงเป็นใยที่ฉายชัด


" แน่ใจครับ จริงๆ แล้วผมแพลนงานนี้ไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะอย่างนั้นก็แน่นอนว่าอยากจะทำให้เสร็จ ... ถ้ารินะซังจะอนุญาติ "


เจ้านายคนสวยอดจะจิ๊ปากหน่อยๆ ออกมาไม่ได้เลยที่น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะอ้อนวอนนนั่นน่ะกำลังมัดมือเธอชกเต็มๆ ต่างหาก


" ลองฉันไม่อนุญาติดูสิ .. อยากรู้นักว่ามิสเตอร์คาเมนาชิจะยอมหรือยังไงกันท่าทางแบบนี้น่ะ .... ฉันพูดก็เพราะห่วงหรอกนะ คาเมะจัง "


คาเมะเชื่อหมดใจเลยทีเดียวว่าเจ้านายคนสวยไม่ได้โกหกเรื่องนั้น เพราะอย่างนี้คนร่างบางถึงได้เผยรอยยิ้มน้อยๆ ให้


" ครับ .. เรื่องนั้นผมรู้ดี  ... แต่การที่รินะซังจะให้ผมหยุดอยู่บ้านยาวเป็นปีแบบนั้นน่ะ มันไม่ได้ช่วยอะไรนักยกเว้นแค่ทำให้ผมเป็นบ้าเร็วขึ้นก็เท่านั้น "


หญิงสาวฟังแล้วก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ ... การให้คนบ้างานอย่างคาเมะหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆ มันคงทรมานจิตทรมานใจเอามาก ถ้าให้ใกล้เคียงก็คงประมาณว่าเอายูอิจิไปนั่งหันหลังมัดไว้กับโคคิซักครึ่งวันอะไรอย่างนั้นล่ะมั้ง ..... เมื่อเห็นหญิงสาวหัวเราะขันอย่างนั้น คาเมะก็อดจะยิ้มตามออกมาไม่ได้


" โอเคจ้ะ ... ฉันเซ็นผ่านให้แล้วกัน .... ว่าแต่ดูสดชื่นขึ้นมากแล้วนะคาเมะ เรื่องนั้นน่ะ ตัดสินใจได้แล้วเหรอจ๊ะ "


ตอนนั้นเองที่คำพูดของรินะซังกำลังทำให้คนตรงหน้ามีท่าทีนิ่งลง ... อกบางสะท้อนด้วยแรงถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนที่จะพยักหน้ารับออกมา


" ครับ .. ผมตัดสินใจได้แล้ว "


เห็นท่าแบบนั้นเจ้านายสาวก็ไม่กล้าจะถามอะไรออกมาอีก .. ได้แต่ส่งรอยยิ้มร่าริงให้กำลังใจอย่างที่เธอถนัดก็เท่านั้น ...


" จ้ะ ... ถ้างั้นก็เรียบร้อยแล้วล่ะ เรื่องจ๊อบที่โบสถ์โตเกียวนั่นชั้นจะบอกมาซามิให้ก็แล้วกันนะ คาเมะจังก็กลับมาทำงานได้ตามปกติเหมือนเดิม ... แต่เรื่องลาน่ะ ฉันบอกไว้แล้วนะ ว่าตามสะดวก ห้ามเกรงใจเป็นอันขาดเลย "


คาเมะก้มหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางอีกครั้งขณะที่หมุนตัวไปทางประตูที่หญิงสาวผายมืออนุญาติให้ออกไปได้ ... ดวงตาเรียวทั้งคู่ของรินะมองตามร่างนั้นไป และย้ำกับตัวเองหนักๆ อีกทีว่า ไม่ว่าคาเมะจะตัดสินใจอย่างไรกับปัญหาที่ว่า เธอจะไม่มีทางมองลูกน้องคนเก่งเปลี่ยนไปจากนี้เด็ดขาด

 

..........................................................................................................................................................................

 

" ไง ไอ้โรมิโอ ... เมียแกหอบลูกหนีไปแล้วหรือไงถึงกลับมานอนที่บ้านได้น่ะ " เสียงตะโกนยียวนนั่นดังข้ามหัวมาจากด้านหลังเลยทีเดียว ไม่นานนักที่พี่ชายตัวขาวพร้อมกับขวดเบียร์เย็นจัดมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของม้าหิน ทักกี้ไม่ลืมเผื่อแผ่ให้น้องชายขวดนึงด้วย


" อย่าให้ทซึบาสะหนีกลับไปอยู่กับแม่มั่งแล้วกันไอ้พี่ชาย " เช่นเคยที่ร่างสูงเอ่ยยวนกลับไป พร้อมกับชนขวดเบียร์เย็นๆ เข้าด้วยกัน


" เรื่องนั้นน่ะรอให้หล่อกว่าฉันก่อนเถอะถึงจะเป็นไปได้ ... สรุปแฟนแกทิ้งมาจริงๆ เหรอเนี่ย " ครู่หนึ่งที่ร่างสูงตรงหน้าทำท่าเป็นยกขวดเบียร์ขึ้นดวดและเบนสายตาไปทางอื่น ... น่าแปลกที่จินรู้สึกว่าตัวเองกำลังปั้นหน้ายากเมื่อนึกถึงสิ่งที่ทักกี้พูด


" เคยบอกแล้วไง ไม่มีหรอกแฟนที่ว่านั่นน่ะ .. ปกติก็ไปค้างบ้านเพื่อนแค่นั้น "


เสียงเรียบๆ นิ่งๆ แบบนั้นทำเอาทักกี้ไม่กล้าถามต่อเลยเหมือนกัน ... คนตัวขาวจัดเลยเอนตัวลงพิงกับพนักหินอ่อนเย็นๆ แล้วชวนคุยเรื่องอื่นอย่างผ่อนคลาย ลำพังตัวเค้าก็ไม่ได้มีอะไรเครียดหนักขนาดต้องมากินเหล้าเคล้าบรรยากาศในสวนแบบนี้หรอก


มีแต่เจ้าน้องชายตัวดีนั่นล่ะ พักนี้นอกจากจะอยู่ติดบ้านติดช่องผิดปกติแล้ว ... ไอ้หน้าตาที่เห็นว่ายิ้มเอาๆ นั้นน่ะ มันดูขาดๆ เกินๆ แบบที่พี่ชายที่โตมาด้วยกันอย่างทักกี้เห็นแล้วคงเรียกได้อย่างเดียวว่า ฝืน

" เอาๆ .. แค่บอกว่าฉันหล่อกว่าหน่อยทำนิ่งเลยนะไอ้จิน .. มาๆ กินกัน ไม่เมาไม่เลิกวันนี้ ชนๆ !!"

หลังจากนั้นก็เป็นไปอย่างที่ทักกี้ว่า ..ทั้งสองคนยกเบียร์ขึ้นดวดไม่หยุดไม่หย่อน อย่างกลัวไม่เมาเลยจริงๆ


" เออ ... ชั้นก็จำได้ไอ้มัตซึโอะเด็กข้างบ้านนั่นน่ะ ที่มันเคยเอาคุโร่หมาบ้านเราไปย้อมสีนั่นไง ... เรื่องนี้น่ะจำไม่ลืมเลย ฮะๆๆ "


สองพี่น้องหัวเราะกันจนปวดท้องไปหมด .. ใบหน้าขาวๆ เหลาจัดนั่นก็แดงเรื่อไปหมดเหมือนกันทักกี้ยังคงกดลงไปแรงๆ ที่ท้อง และหอบเหมือนเหนื่อย ขณะที่อยู่ๆ คนตรงหน้าก็เหมือนกับจะนิ่งลง


" ทักกี้ ... แล้วถ้าวันนึงทซึบาสะหนีหายไปจริงๆ ล่ะ นายจะทำยังไง"


ท่าทีเอาจริงเอาจังแบบนั้นทำเอาทักกี้วางขวดแก้วในมือลงกับโต๊ะ ก่อนจะขยับตัวให้นั่งเข้าที่เข้าทางขึ้น


" ทำยังไงเหรอ .... อันนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าชั้นไปทำอะไรให้ เค้าถึงได้หนีไปด้วยนะ "


" แล้วถ้า ไม่มีเหตุผลล่ะ .. แบบอยู่ๆ ก็หนีไปเฉยๆ แบบนั้น "


" อืมมม ... คนเราน่ะ อยู่ๆ คงไม่หนีไปเฉยๆ หรอกมั้งชั้นว่า .. คนอยู่ด้วยกัน จะหนีหายไปมันต้องมีเหตุผลมั่งแหละ "


เป็นคำถามของทักกี้แทนแล้วที่ทำให้ร่างสูงวางขวดเบียร์ลงกับโต๊ะ แล้วก้มหน้าลงอย่างใช้ความคิดหนัก


" อาจจะ ... เบื่อแล้ว ล่ะมั้ง "


ถึงสติสัมปชัญญะจะไม่สมบูรณ์นัก .. แต่ทักกี้ก็ยังสังเกตได้ว่าน้องชายพูดคำนั้นออกมาด้วยความยากลำบากเต็มที


" อันนี้ก็พูดยากแฮะ เบื่อจนต้องหอบข้าวหอบของหนีนี่ชั้นนึกไม่ค่อยจะออกเลย .. ถ้าเป็นแบบนั้นชั้นว่าแค่บอกเลิกรากันก็น่าจะได้นะ เว้นแต่ว่าจะเซ้าซี้หนักๆ อะไรแบบนั้น ... แต่ถ้าเป็นทซึบาสะล่ะก็ .. คงจะโกรธเอามากๆ หรือไม่ก็เกลียดเลยล่ะมั้ง ถึงจะทำแบบนั้น .. แต่ไม่ว่ายังไงก็เหอะ ถ้าเป็นทซึบาสะ ชั้นก็คงจะต้องพยายามตามกลับมาให้ได้อยู่แล้ว ทำให้เค้าเกลียดได้ก็ต้องทำให้เค้ารักได้สิวะ มันจะไปยากอะไร  อ้าว .. ไอ่จิน !! "


รู้ตัวอีกทีน้องชายก็คอพับลงไปคาราวะม้าหินศักดิ์สิทธิ์เข้าให้แล้ว ทักกี้ส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเข้าไปพยุงร่างน้องชายขึ้นมา ปกติคอแข็งเป็นทองแดง ทำไมวันนี้อยู่ๆ มันถึงน็อกลงไปได้นะเนี่ย


โซซัดโซเซกันอยู่นานจนกว่าทักกี้จะพาร่างน้องรักมาโยนลงเตียงเอาได้ ดีนะว่าทซึบาสะหลับไปนานแล้ว ไม่งั้นอาจได้โดนโกรธจริงๆ ก็เพราะโทษฐานมอมเหล้าไอ้ตัวดีนี่แหละ


" ทักกี้ ... "


ขนาดมึนสุดๆ ประสาทหูก็ยังทำงานดี ได้ยินเสียงแหบระโหยครางเรียกนี่ล่ะ ... ทักกี้รีบเดินเข้าไปหาเร็วๆ เท่าที่สังขารจะเอื้ออำนวยถึงจะปัดซ้ายป่ายขวาไปหน่อยก็เถอะ .. เผื่อมันโอ๊กอ๊ากขึ้นมาจะได้จับไปโยนใส่ห้องน้ำทัน


" อ้าว ... "


คนตัวขาวจัดอดจะอุทานออกมาไม่ได้ที่พอมาถึงที่ไอ้น้องชายตัวดีก็ยังคงดูหลับสนิทเหมือนเดิม ... ไอ้นี่ ละเมอเรียกชื่อเขาอย่างนั้นเหรอเนี่ย น่ารักน่าเขกกะโหลกจริงๆ ทรมานคนเมาแท้ๆ ไอ้จินนี่


เพียงเท่านั้นเองทักกี้ก็พยายามตะกายกลับห้องตัวเอง ไม่ลืมปิดไฟให้ห้องน้องชายด้วย ... ป่านนี้ทซึบาสะหนาวแย่แล้ว ไม่เคยปล่อยให้นอนคนเดียวซักคืน ... ชั่วขณะหนึ่งที่ทั้งห้องเย็นจัดนั้นมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน


และเสียงแหบระโหยปนเสียงสะอื้น

 

" ทักกี้ ... ถ้าอย่างนั้นเค้าคงเกลียดชั้นแล้วล่ะ "


..........................................................................................................................................................................


มันใช้เวลาครู่นึงเลยทีเดียวกว่ามือขาวๆ เกร็งจัดคู่นั้นจะยอมผลักบานประตูกระจกตรงหน้าเพื่อเข้าไปด้านใน

" สวัสดีค่ะ .. เอ๊ะ มารับผู้ป่วยใช่มั้ยคะ"

สาวน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูที่นั่งประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ฟอนท์เอ่ยทักออกมาอย่างแปลกใจไม่น้อยเมื่อพบว่าคนตรงหน้าดูจะไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่เธอคิดไว้แต่แรก

" เอ่อ .. ผม .. มาขอพบคุณหมอครับ .. นัดไว้แล้ว .. คุณหมอซาเอโกะ"

หญิงสาวทำหน้างงอยู่ซักพักนั่นเองก่อนที่จะยิ้มหวานๆ มาให้ แต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้คาเมะผ่อนคลายมากขึ้นนัก

" ถ้าอย่างนั้นรอซักครู่นะคะ ดิฉันจะไปเรียนคุณหมอให้ค่ะ "

" ครับ "


พอถูกทิ้งไว้คนเดียว ความอึดอัดที่จับต้องไม่ได้ก็เริ่มบีบอัดเข้ามาราวกับจะทำให้กระดูกบิดงอได้ทีเดียว และคาเมะถูกทิ้งไว้กับความรู้สึกที่แทบจะทำให้อาเจียนนี้มาได้แทบจะอาทิตย์นึงแล้ว คนร่างบางเขย่ามือทั้งสองข้างที่ประสานกันไว้แรงๆ ทีหนึ่ง พร้อมๆ กับที่บอกตัวเองว่าวันนี้แล้วที่ความรู้สึกทรมานแบบนั้นจะถูก .. กำจัด .. ไปเสียที


" คุณหมอว่างแล้วค่ะ เชิญด้านในได้เลย .. คุณคาเมนาชิ ใช่มั้ยคะ"

" ครับ "

สาวน้อยคนนั้นพาคาเมะไปจนถึงหน้าห้องกระจกใสขุ่นของคุณหมอเลยทีเดียว ก่อนที่จะลาไปอีกทาง รอยยิ้มของเธอยังคงสว่างไสวเหมือนเมื่อตอนแรก .. อาจจะแปลได้ว่ายังไม่ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับเขาก็เป็นได้

คาเมะไม่แปลกใจเลยที่ตัวเองใช้ในการที่จะเปิดบานประตูตรงหน้านานซะกว่าครั้งที่ตัดสินใจเปิดประตูคลีนิคตอนแรกเสียอีก ปฏิเสธได้ยากเหมือนกันที่บางครั้งก็คล้ายได้ยินเสียงโทนแหลมๆ ในหัวบอกให้วิ่งออกจากไปที่นี่ หยุดการกระทำนี้ซักที


" สวัสดีค่ะ คุณคาเมนาชิ"

" สวัสดีครับคุณหมอ "

คุณหมอตรงหน้าค่อนข้างจะสาวกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว ท่านรูปร่างโปร่งบางอย่างสาวสมัยใหม่ แต่สีผิวกลับซีดอย่างสังเกตได้ ถึงแม้จะถูกพรางไว้ด้วยเครื่องสำอางค์โทนเข้มมากก็ตามที บรรยากาศภายในห้องนั้นเย็นเยียบอย่างที่จินตนาการไว้ทีเดียว ด้านหลังของคุณหมอเป็นเตียงคนไข้ที่ขึงด้วยผ้าปูสีหม่น และถาดอุปกรณ์ทางการแพทย์นานาชนิดก็อยู่ไม่ไกลกันนั่นเอง คาเมะปฏิเสธตัวเองไม่ให้กลืนน้ำลายลึกๆ ไม่ได้เลย

"หมอได้ดูเอกสารที่คุณส่งมาให้ทางอีเมล์แล้วนะคะ จริงๆ แล้วการตรวจสอบของคุณหมอนากาม่าก็ไม่ใช่ว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่ยังไงหมอคงต้องขอตรวจอีกทีให้แน่ใจก่อน คุณคาเมนาชิไม่มีปัญหาใช่มั้ยคะ"

คาเมะทำได้แค่สั่งให้ตัวเองผงกหัวตามเท่านั้นเอง

" ถ้าอย่างนั้นเริ่มจากการอัลตร้าซาวด์ก่อนแล้วกันนะคะ ตอนนี้รู้สึกปวดปัสสาวะบ้างรึเปล่าคะ "

" ไม่ครับ .. "

" ผลซาวด์จะชัดเจนต้องให้ส่วนของกระเพาะปัสสาวะขยายตัวเต็มที่น่ะค่ะ ถึงจะดูได้ชัด ยังไงเดี๋ยวหมอจะให้คุณพยาบาลหาน้ำให้ดื่มเยอะหน่อยนะคะ แล้วถ้ารู้สึกว่าปวดปัสสาวะในระดับที่แทบจะกลั้นไม่ได้แล้วถึงจะเชิญเข้าห้องตรวจได้นะคะ .. เชิญที่ห้องรับรองทางห้องอัลตร้าซาวด์ได้เลยค่ะ "

"คุณคาเมนาชิคะ .. "

ขณะที่กำลังหันหลังจะออกไปจากห้องอย่างที่บอกนั่นเอง ที่คุณหมอส่งเสียงเรียกคนร่างบางอีกครั้ง .. อยู่ๆ คุณหมอที่ท่าทีไม่ร้อนไม่หนาวกลับแสดงสายตาที่ลำบากใจออกมาแบบนั้นก็ทำให้คนร่างบางรู้สึกชาวาบมาตามแนวสันหลังเลยทีเดียว

" ถ้าผลตรวจยืนยันตามที่คุณหมอนากาม่าให้ความเห็นไว้ .. คุณยืนยันที่จะเลือกเอาเด็กออกใช่มั้ยคะ"

ขณะนั้นเองที่คาเมะรู้สึกได้เลยว่ามวลอากาศเย็นๆ ในห้องนั้นกำลังอัดตัวเข้าใส่เค้าจนแทบจะทำให้เอาอาเจียนออกมา .. ความรู้สึกที่ทำร้ายเค้ามาตลอดช่วงอาทิตย์นี้กำลังกำเริบขึ้นแรงๆอีกแล้ว

" หมออยากให้คุณตัดสินใจดูดีๆ อีกครั้งนะคะ ... หมอเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องที่รับได้ยากในสังคม .. แต่หมออยากให้คุณรู้ไว้ก่อนว่าหลังจากที่คุณเอาเค้าออกไปแล้ว การกระทำนั้นมันจะไม่สามารถแก้ไข หรือชดใช้อะไรได้เลย .. หมออยากให้คุณ ... "

" ผมตัดสินใจแล้วครับหมอ .. และผมยืนยันตามนั้น"

คาเมะตอบกลับไปเพียงเท่านั้นเองขณะที่รีบพาร่างตัวเองออกมาจากห้องที่อากาศเย็นและความรู้สึกที่เย็นเยียบกว่านั้นกำลังจะอัดเค้าให้ล้มลงไปต่อหน้าคุณหมอซาเอโกะ ถึงแม้จะออกมาได้เพียงแค่หน้าห้องก็ตามที .. ฝ่ามือขาวจัดทั้งสองข้างเสยไปที่ผมสีอ่อนของตัวเองแรงๆ ... ขณะที่พยายามจะปิดตาแน่นๆ ... คาเมะยอมโกหกตัวเองดีกว่าที่จะยอมรับว่ารู้สึกถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่กลิ้งลงมาทางหางตา


แล้วขั้นตอนหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่คุณหมอว่า ก่อนจะออกมาที่นี่เค้าเพิ่งจะเข้าห้องน้ำไป และนั่นเองเป็นเหตุผลที่ทำให้เค้าต้องทนดื่มน้ำเปล่าๆ นี่เป็นแก้วที่สิบเข้าไปแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะปวดขนาดที่จะตรวจได้เลย แม้ว่าท้องจะแน่นไปหมด และเริ่มรู้สึกว่าอยากจะอาเจียนออกมาเต็มทนแล้ว


........ เวรกรรมอะไรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้กันนะ .......


ขณะที่ถอนหายใจยาวๆ อย่างพะอืดพะอมเต็มทนนั่นเองที่โทรศัพท์ภายในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นแรงๆ คาเมะวางแก้วในมือลงก่อนจะหยิบเจ้าเครื่องสื่อสารสีแสบตานั้นขึ้นมา


" Okaasan "


หน้าจอปรากฎชื่อกระพริบถี่ๆ อยู่หลายครั้งก่อนที่คาเมะจะยอมเปิดฝาพับขึ้น หลังจากที่แน่ใจว่าคุณพยาบาลอยู่ไกลพอที่จะไม่ได้ยินเสียงเขา

" ครับแม่ ... "

" ไงเรา ..หายไปเลยนะ นี่ใจคอย้ายบ้านย้ายช่องจะไม่บอกแม่เลยใช่มั้ย ส่งคุกกี้ที่ทำสุดฝีมือไปให้แล้วโดนตีกลับมาน่ะมันเสียใจน่ะรู้มั้ย .. คาซึยะ "

น้ำเสียงน้อยใจแบบคนที่เลยวัยสาวไปมากแล้วทำมันน่าเอ็นดูจนคาเมะอดจะคลายรอยขมวดคิ้วออกไม่ได้.. น้ำเสียงของแม่ที่ไม่ว่าได้ยินเมื่อไหร่ก็ให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยอยู่เสมอ

" เพิ่งจะย้ายวันสองวันนี้เองครับ .. ไม่ทันได้บอก "

" จ้ะ .. แล้วทำไมถึงได้ย้ายซะล่ะจ๊ะ .. ไหนว่ามันเงียบดี เราชอบไม่ใช่เหรอ"

ร่างบางกลืนน้ำลายแรงๆ อีกทีก่อนจะตอบกลับไป ทำไมแม่ต้องสอนว่าห้ามโกหกมาตั้งแต่เด็กด้วยนะ

" ที่เก่าเริ่มเดินทางไม่สะดวกน่ะฮะ .. พักนี้มีงานเลิกดึกๆ บ่อย ที่นี่มีเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วย ถ้าบางทีกลับด้วยกันได้ จะได้ผลัดกันขับรถไงครับ"

" เหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ .. เรายิ่งชอบทำงานไม่รู้เวร่ำเวลา ดูแลตัวเองบ้างนะลูก แม่เป็นห่วง .. "

" ฮะ .. แม่ด้วยนะฮะ"

" ถ้างั้นก็เท่านั้นล่ะจ้ะ .. ว่างแล้วกลับมาบ้านบ้างนะลูก พ่อเค้าบ่นคิดถึงลูกชายแย่แล้วนะเนี่ย "

คาเมะเพียงได้แต่ยิ้มบางตอบไปเท่านั้น ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีทางเห็นได้ แต่ความรู้สึกที่ว่ายังมีคนที่ไม่ทอดทิ้งเราไปน่ะ มันทำให้อดจะรู้สึกดีขึ้นมาไม่ได้จริงๆ

" แม่ครับ !!"

" จ๊ะ .. มีอะไรลูก"

อยู่ๆ ตะโกนเรียกแบบนั้นคุณแม่เองก็ตกใจอยู่เหมือนกัน .. ยิ่งเรียกหาแล้วลูกชายเงียบตอบแบบนี้ก็ทำเอาเธอร้อนรนเหมือนกัน

" คาซึยะ .. มีอะไรรึเปล่าลูก ได้ยินที่แม่พูดรึเปล่า"

" ครับ .. ได้ยิน ..."

ชั่ววินาทีที่ทั้งสองฝ่ายเงียบไปอีกครั้ง

"แม่ .... ทำไมถึงได้ตัดสินใจคลอดผมออกมาเหรอครับ "

" เห~~ .. อยู่ๆ ทำไมถามแบบนั้นล่ะจ๊ะ "

" อืมม .. มีลูกค้าที่เค้าท้องแล้วคิดว่าจะเอาเด็กออกน่ะครับ ..  ก็เลย .. "

" อ๋อ ... อย่างนั้นเองเหรอจ๊ะ .. ตกใจหมด .. นึกว่าไปทำสาวที่ไหนท้องซะอีกแน่ะเรา "

คุณแม่ยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย .. จึงทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตว่าอีกฝ่ายของปลายสายนั้นเงียบสนิททีเดียว เรียวคิ้วทั้งสองข้างกำลังขมวดกันเข้ามาแน่นๆ อีกครั้งแล้ว

" พูดยังไงดีล่ะจ๊ะ .. แม่เองตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าท้องน่ะก็ไม่เคยมีความคิดที่จะเอาออกเลยซักครั้ง ถึงตอนนั้นพ่อกับแม่จะยังไม่ได้แต่งงานกัน แล้วบ้านเราตอนนั้นก็ยากจนเอาเรื่องเลยเหมือนกันนะ .. แต่พอคิดว่าเด็กที่อยู่ในท้องน่ะเค้าเลือกที่จะเกิดมาเป็นลูกของผู้หญิงธรรมดาอย่างแม่น่ะ มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญขึ้นมาเลยนะจ๊ะ การที่ได้เป็นแม่ของเด็กคนนึง ได้ดูแล ปกป้อง แล้วก็ได้รักเค้าน่ะ มันทำให้ผู้หญิงคนนึงกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้เลยนะจ๊ะ
การที่เราได้เป็นแม่ลูกกันน่ะ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะคาซึยะ พระเจ้าท่านเลือกเราให้กันและกันต่างหาก .. เหมือนเนื้อคู่แบบนั้นไงจ๊ะ" 

" แม่เป็นเนื้อคู่กับพ่อต่างหากล่ะครับ .. "

" ฮะๆ ..นั่นสินะ อย่าบอกพ่อล่ะ เดี๋ยวจะน้อยใจอีก "

ริมฝีปากบางวาดเป็นรอยยิ้มไปพร้อมๆ กับดวงตาคู่สวยคู่นั้น อย่างที่หาได้ยากเหลือเกินในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา .. ถึงแม้ว่ารอยยิ้มนั้น จะมาพร้อมกับน้ำใสๆ ที่กำลังไหลเป็นสายลงมาอาบแก้มก็ตามที

"ผมต้องไปแล้วครับแม่ .. "

"จ้ะ .. แม่ก็จะไปทำกับข้าวต่อแล้วเหมือนกัน ... ดูแลตัวเองนะลูก"

" ครับ ... ผมรักแม่นะครับ "

"จ้ะ .. แม่ก็รักคาซึยะเหมือนกันจ้ะ ... ก็ลูกน่ะ เป็นของขวัญจากพระเจ้านี่ จริงมั้ยจ๊ะ "

จังหวะที่คาเมะสับปิดพับโทรศัพท์นั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพยาบาลมาเรียกนั่นเอง .. ตอนนี้เค้าคิดว่าคงจะตรวจได้แล้วพอดีเหมือนกัน

.....................................................
......................................


มือขาวซีดของคุณหมอซาเอโกะกำลังสับฟิล์มผลการอัลตร้าซาวด์อยู่ในมือไปๆ มาๆ อย่างที่ทำให้คนร่างบางรู้สึกอึดอัดเหลือทน อากาศเย็นๆ ในห้องนี้กำลังทำให้เค้าหายใจยากเต็มที

"คุณกำลังตั้งครรภ์จริงๆ ค่ะคุณคาเมนาชิ .. ประมาณเจ็ดอาทิตย์ได้แล้ว"

จังหวะที่คาเมะเบิกดวงตาขึ้นกว้างก็คือเวลาเดียวกับที่คุณหมอโยนแผ่นฟิล์มลงบนโต๊ะทำงานและถอดแว่นออกวางทับไว้

"อายุครรภ์เท่านี้ถ้าคุณคาเมนาชิยืนยันที่จะเอาออกก็สามารถกินยาขับเลือดออกมาได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อตัวคุณเองมากได้ .. และโดยส่วนใหญ่ก็ได้ผล เว้นแต่ว่าอาจมีอาการตกเลือดเกินขนาดตามมาได้ในหลายๆ รายนะคะ "

คำพูดยาวๆ ของคุณหมอเริ่มจะเข้ามาสู่ความคิดของคาเมะได้ยากพอๆ กับการหายใจเข้าปอดในเวลานี้ .. ปลายนิ้วที่จิกแน่นเข้ามาเย็นเยียบและขาวจัดถึงจะเจ็บแต่คาเมะก็ยังเลือกจะจิกมันลงกับผิวเนื้อแบบนั้น .. ไม่แน่ว่าคนร่างบางอาจจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดภายนอกแล้วก็ได้

" เชิญมานั่งที่เตียงด้านนี้เลยค่ะ .... "

คุณหมอซาเอโกะเหลือบมองคนไข้ของเธออย่างเป็นห่วงเป็นใยเต็มทน เธอยื่นมือออกไปรับฝ่ามือขาวจัดข้างหนึ่งไว้ .. แต่ดูเหมือนคนไข้จะไม่รู้ตัวนักหรอกว่ากำมือเธอไว้จนแน่นขนาดนี้

คุณหมอหันไปทางชั้นใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์อีกส่วนหนึ่งด้านหลังสุด และหยิบยาขวดหนึ่งมารินใส่แก้วให้ได้ปริมาณตามที่ขีดไว้ข้างแก้ว .. ถึงจะต้องทำเรื่องแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง .. แต่สาบานได้เลยว่าเธอไม่เคยชินกับความรู้สึกผิดซ้ำๆ แบบนี้ซักที

" ดื่มให้หมดแก้วเลยนะคะ ..  "

ร่างตรงหน้าไม่ได้ยื่นมือมารับแก้วยานั้น

"คุณคาเมนาชิคะ .. "

เรียวตาสวยเหลือบมาทางเธอ ... และดวงตาคู่นั้นดูตระหนกไม่น้อยทีเดียว ..

" ดื่มให้หมดแก้วนะคะ .. ถ้าปวดท้องมากให้เรียกหมอได้เลยนะคะ "

คาเมะเอื้อมมือมารับแก้วไปแล้ว .. และหน้าที่ของคุณหมอจบสิ้นลงแล้วพร้อมๆ กับอีกหนึ่งบาปที่เธอและคนไข้ของเธอร่วมกันก่ออีกครั้ง .. และอีกชีวิตแสนบริสุทธิ์ที่กำลังจะถูกตัดสินโดยไร้ความยุติธรรมอย่างที่สุดอีกครั้งเช่นกัน ... คุณหมอหันหลังให้กับความผิดบาปนั้นอย่างรู้สึกขมให้คอเต็มทนขณะที่หันกลับไปที่โต๊ะทำงาน


ครู่หนึ่งที่คุณหมอซาเอโกะอ่านเอกสารตรงหน้าไปเรื่อยๆ อย่างใช้ความคิด .. คนไข้ข้างหลังม่านนั้นไม่ได้เรียกหา หรือมีเสียงดิ้นพราดอย่างที่เธอนึกเป็นห่วง

" คุณหมอครับ .... "


ซาเอโกะขานรับเร็วพอๆ กับที่รุดร่างมากระชากม่านออก ... และภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอเบิกตากว้างขึ้นอีก

" ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ... "

คนร่างบางยื่นแก้วยาที่ยังเต็มอยู่ในปริมาตรเดิมคืนให้ ... และกำลังก้าวลงจากเตียงนั้น

" ขอโทษด้วยนะครับที่มารบกวน ... "

คุณหมอซาเอโกะรับแก้วกลับมาพร้อมๆ กับที่รับการโค้งขอโทษจากคนตรงหน้า ... หากแต่ริมฝีปากสีจัดของคุณหมอกำลังเหยียดออกเป็นรอยยิ้ม

" หมอต่างหากค่ะ ที่ต้องขอบคุณคุณ ... แทนเจ้าตัวเล็กในท้องยังไงล่ะคะ"

คาเมะพยายามจะยิ้มตอบกลับไปเหมือนกันแม้จะรู้สึกว่าไร้เรี่ยวแรงเต็มทีก็ตาม .. รู้สึกขอบคุณรอยยิ้มของคุณหมอเอามากๆ ทีเดียว ที่พอจะทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกขึ้นมาบ้าง .. ถึงแม้จะรู้สึกสับสนเต็มทีก็ตาม

คนร่างบางเดินลากขาช้าๆ หลังจากพ้นหน้าคลีนิคที่คิดจะไปทำแท้งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว .. รู้สึกขอบคุณเจ้าเก้าอี้ริมทางสีน้ำตาลคร่ำคร่าตัวนี้ไม่น้อย .. ตอนนี้เค้าเหนื่อยล้าเกินกว่าจะยืนได้แล้ว

ฝ่ามือเรียวข้างหนึ่งยันตัวลงกับเก้าอี้ .. ขณะที่อีกข้างยกขึ้นมาค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง .. ฝ่ามือข้างนั้นกำแน่นจนสั่นก่อนที่มันจะคลายออก .. และทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาอย่างการที่กำลังแตะลงบนหน้าท้องราบเรียบของตนเอง

ลมเย็นๆ กำลังพัดผ่านมาคาเมะหลับตาแน่นๆ เพื่อความรู้สึกที่เหมือนจะมาแบ่งเบาความรู้สึกอันหนักหนาของเค้าไป ขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งก็ยังลูบเบาๆ อยู่บนหน้าท้องอยู่แบบนั้น .. คล้ายแว่วได้ยินเสียงแม่ อย่างเดียวกับที่ได้ยินตอนที่กำแก้วยาไว้แน่นๆ ในคลีนิคอีกครั้ง


............ ก็ลูกน่ะ เป็นของขวัญจากพระเจ้านี่ จริงมั้ยจ๊ะ ..............

 

End Part 5
To be continue
-----------------------------------------------------------------------------------------------

= =Mild Seven [Part 13]= =

posted on 24 May 2008 02:52 by np2gether

. . . . Mild Seven . . . .

Part 13 ..

  

" มาแต่เช้าเลยครับทัตซึยะ ... "

  

เสียงคนหน้าหวานออกจะงัวเงียไม่น้อยตอนที่ลุกมารับแขกประจำนั้น ... ทัตซึยะยิ้มน้อยๆ อย่างทุกทีก่อนจะเดินไปส่วนเคาน์เตอร์เพื่อชงกาแฟ .. ซึ่งกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปซะแล้ว

  

ต่างกันก็แค่เพียงระหว่างทางเดินนั้นชายหนุ่มหยุดยืนครู่หนึ่งที่ข้างเตียงคนป่วย ... และเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ... เรียกว่าเบาซะจนยามะพีที่อยู่ตรงโซฟายังไม่ได้ยินด้วยซ้ำ

  

หรือนั่นอาจเป็นเรื่องจงใจ

  

" ผมมาแล้วนะครับ "

  

เสียงข้าวของหล่นจากโซฟาส่งเสียงปุปะ ซึ่งนี่ก็เรื่องปกติอีกเหมือนกัน ... ขณะที่คนหน้าสวยตะกายลงจากโซฟาตัวยาว ผ้านวมผืนหนากึ่งพับกึ่งม้วนวางไว้บนโซฟาโดยเรียบร้อยเท่าที่จะเป็นไปได้ ... ผมสีอ่อนๆ ที่ปรกหน้าปรกตาถูกเสยขึ้นไปด้วยที่คาดผมสีสดใส

  

และยามะพีก็หันไปทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองเช่นเคย

  

" เช็ดตัวให้แต่เช้าเลยเหรอครับยามาชิตะ ... "

  

ทัตซึยะตะโกนทักที่เห็นคนตัวบางเดินมาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำใบย่อมที่ยกมาอย่างแข็งขัน และแน่นอน ที่แขนเล็กข้างหนึ่งไม่ลืมหนีบของชอบยูอิจิมาด้วย

  

................ Harmonic essense - - Body Lotion ................

  

" สั่งอาหารเลยแล้วกันนะครับยามาชิตะ วันนี้มีถ่ายรอบเช้าด้วยใช่มั้ยครับ "

  

" ฮะ ...  เอาเลย วันนี้ผมขอเป็นราเมงซุปกระดูกหมูนะครับ ทัตซึยะ รบกวนด้วย "

  

ทัตซึยะผงกหัวรับคำให้ขณะเดินไปที่โทรศัพท์ติดผนังอีกด้านหนึ่งของห้อง .... เจ้าแมคเครื่องโปรดถูกเปิดขึ้นแล้วก่อนหน้านั้น

  

ยูอิจิตื่นแล้ววันนี้ ... จะพูดให้ถูกก็คือลืมตาแล้วมากกว่า และก็เหมือนเมื่อวาน ยามะพีเลือกที่จะไม่สบกับดวงตาสีขุ่นที่ไร้ชีวิตคู่นั้น ...

  

" เสร็จแล้ว ... ต่อไปโลชั่นนะยูอิจิ "

  

ริมฝีปากอิ่มอดยกยิ้มให้ตัวเองนิดๆ ไม่ได้  .. ถ้าเป็นตอนปกติล่ะก็ ยูอิจิคงโยเยสารพัดพันวิธีไม่ให้เค้าทาโลชั่นนี่ให้แน่ๆ ...

  

" ....................... "

  

และเช่นเคยที่อกบางสะท้อนด้วยลมหายใจยาว ..... ให้ลุกขึ้นมาทะเลาะกันอย่างเดิมน่าจะดีซะกว่า .... ถึงบางทีจะกวนประสาทซะจนน่าหักคอทิ้ง แต่ยูอิจิที่มีชีวิตและกอดเค้าไว้ได้อย่างอบอุ่นนั้น ... ยังไงก็ดีกว่าร่างตรงหน้านี้แน่ๆ

  

โทโมฮิสะสะบัดหัวไปมาแรงๆ สองสามทีไล่ความคิดที่ชวนหดหู่นั้นทิ้งไป ... และมากกว่านั้นก็คือไล่เจ้าหยดน้ำใสๆ ที่เริ่มจะลงมารออยู่ที่เปลือกตาให้กลับเข้าที่เดิมไปด้วย

  

ฝ่ามือเล็กๆ สองข้างยีโลชั่นอย่างมันส์มือ ตั้งหน้าตั้งตารังแกยูอิจิรอบเช้าอย่างแข็งขันนี่อาจเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่พระเจ้ายังเมตตาพอจะหลงเหลือไว้ให้เค้าบ้าง

  

" อ๊ะ ! "

  

เสียงเล็กอุทานออกมาไม่เบานัก ซึ่งก็เรียกให้ทัตซึยะที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หันมาด้วยท่าทางตกใจไม่น้อย

  

" มีอะไรเหรอครับ โทโมฮิสะ"

  

ดวงตากลมสวยทั้งสองข้างยังคงเบิกกว้างขณะจ้องไปที่ร่างแน่นิ่งตรงหน้า .... แต่ขณะนี้ดวงตาคมคู่นั้นปิดพับลงแล้ว

  

" ปะ .. เปล่าครับ ไม่มีอะไร "

  

" ผมว่ายามาชิตะรีบไปอาบน้ำดีกว่ามั้งครับ ... จะเก้าโมงแล้ว "

  

" อา .. ครับ .. ฝากด้วยนะครับวันนี้ "

  

โทโมฮิสะโค้งให้อย่างนอบน้อมเช่นทุกวันขณะที่กวาดข้าวของเพื่อไปเก็บที่เดิมและหยิบเครื่องแต่งตัวของตัวเองไปทางห้องน้ำเช่นกัน

  

..........................................................................................................................................

   

" ยินดีต้อนรับค่ะ !!! "

  

เสียงสาวๆ ในร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งร้านได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูตะโกนขึ้นรับคนร่างสูงที่เดินเข้ามา

  

" เธอๆ นั่นอะคานิชิ  จินไม่ใช่เหรอน่ะ ! "

  

สาวน้อยหน้าตาน่ารักหลายคนพะยักพะเยิดกันมาทางโต๊ะตัวริมหน้าต่างที่มีชายหนุ่มร่างสูงแผ่รัศมีความโดดเด่นอยู่ตามลำพัง

  

" เออๆ ใช่ๆ เข้าไปรับออเดอร์กันเถอะ "

  

สาวเจ้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางโต๊ะที่ว่า ... เรียกเอาสายตาอาฆาตจากรุ่นพี่รุ่นน้องหลายคนที่เข้ามาไม่ทันนั่นล่ะ

  

" รับอะไรดีคะ "

  

สาวน้อยส่งสายตาสนใจมาให้อย่างไม่ปิดบัง .... เพียงแต่เจ้าของดวงตาคมจัดภายใต้กรอบสีชานั้นไม่ได้สนใจหล่อนนัก อะคานิชิ  จินครุ่นคิดถึงเมนูที่จะต้องสั่งอยู่ต่างหาก ... มันก็คงไม่ใช่เรื่องหนักหนานักหรอกถ้าหากเค้าเข้ามาด้วยจุดประสงค์ว่าจะมาหาอะไรรองท้องจริงๆ น่ะ .. แต่ที่จริงแล้วก็เพื่อจะสละสโตรกเกอร์วัยกลางคนที่สะกดรอยเค้ามาตั้งแต่เช้าแล้วซะมากกว่า

  

" ยินดีต้อนรับค่ะ !! "

  

เสียงสาวๆ ประสานกันใสแจ๋วอีกครั้งเมื่อแขกเดินเข้ามาในร้าน ... และจินก็แทบจะดีดนิ้วให้เลยจริงๆ ... นั่นไงล่ะ ตามเข้ามาจนได้

  

" นัดใครไว้รึเปล่าคะ "

  

สาวน้อยแก้มอมชมพูพนักงานของร้านถามให้พร้อมดวงตาใสแจ๋วเมื่อเห็นว่าชายในชุดสูทภูมิฐานตรงหน้าเหลียวซ้ายแลขวาอย่างไม่รู้จะทำยังไงดีในร้านเมทที่มีแต่คนรุ่นลูกรุ่นหลานแบบนี้

  

" แขกผมเองฮะ พาเค้ามาที่โต๊ะนี้ที !! "

  

เสียงตะโกนดังมาจากโต๊ะริมหน้าต่างตัวเดิม ทำเอาสาวน้อยตาใสแจ๋วแทบจะอุ้มคุณลุงไปประเคนให้ถึงโต๊ะด้วยความยินดี ... โทโมยะยังคงดูเก้ๆ กังๆ และหันไปขอบคุณพนักงานคนที่พาเค้ามาส่งที่โต๊ะ ... ก่อนที่จะหันมาเผชิญหน้ากับอีกคนตรงๆ

  

" มีเหตุผลดีๆ มั้ยครับที่สะกดรอยผมตั้งแต่เช้าแบบนี้ "

  

ครั้งนี้เป็นคนตัวสูงเองที่เริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อน ... ดวงตาคมทั้งคู่สะกดร่างของคู่สนทนาไว้นิ่ง แม้ว่าชายหนุ่มเองจะนั่งเอนหลังสบายๆ อยู่บนเก้าอี้หวายสีหวาน

  

" ดูเหมือนนายจะตามหาใครบางคนอยู่ ... "

  

เป็นโทโมยะที่พูดออกมาจนได้หลังจากเงียบไปนาน ... นั่นไม่ใช่เหตุผลดีๆ ที่จินต้องการ .. แต่ก็อาจนับเป็นคำตอบได้

  

" ฮะ ... แต่นั่นก็เป็นธุระของผม ... พูดอีกอย่างก็คือมันไม่ใช่กงการอะไรของคุณน่ะคุณโทโมยะ .. เลิกมายุ่งกับผมซะทีน่าจะดีกว่ามั้งครับ "

  

ครั้งที่สองแล้วที่โทโมยะโดนเด็กหนุ่มตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ ... แต่อาชีพทนายทำให้เขาอดทนได้มากกว่าที่เด็กหนุ่มประเมินไว้มาก

  

" แน่นอน .. มันไม่ใช่ธุระของฉัน ... แต่บางทีฉันอาจช่วยนายได้ "

  

" ขอบคุณมากครับ ... คงจะดีมากเลยถ้าผมจะรับมันไว้ ... แต่ขอโทษเถอะฮะ เก็บความหวังดีของคุณไว้สำหรับตัวคุณเองน่าจะดีกว่า "

  

" ความผยองของนายมันเท่ห์ดีเวลาอยู่กลางสปอร์ตไลท์จิน .. แต่ในที่มืดๆ ที่นายกำลังควานหาของสะเปะสะปะแบบนี้น่ะ มันรังแต่จะทำให้ตัวเองลำบาก นายเองก็รู้ "

  

เด็กหนุ่มพ่นหัวเราะออกมาทีหนึ่งก่อนที่จะซดคาปูชิโน่ร้อนหนึ่งอึก .... คนคนนี้กล้าดียังไงมาสั่งสอนเค้ากันนะ

  

" คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมตามหาใครอยู่ .. ผมมองไม่เห็นเลยว่าคนที่ไม่รู้อะไรซักนิดอย่างนี้จะช่วยผมได้ยังไงกัน "  

  

เป็นคราวของโทโมยะบ้างแล้วที่ซดลาเต้และเสสายตาออกไปข้างนอกบ้าง ... อีกทีที่จินพ่นหัวเราะออกมาพร้อมกับเสสายตาไปด้านนอกเช่นเดียวกัน .... ผู้ชายตรงหน้ากำลังทำให้เค้าเสียเวลา

  

" ไม่แปลกใจบ้างเหรอที่ฉันรู้จักห้องนายที่คอนโดนั่น .... "

  

" นั่นไม่ใช่คอนโดผม "

  

จินหันหน้ากลับมาตอบกลับอย่างเร็ว ... และหลังจากนั้นเองทีเขาเห็นคนตรงหน้ากำลังยิ้มเย็นที่มุมปาก

  

" ฉันรู้ .... "

  

โทโมยะซดลาเต้เข้าอีกอึกหนึ่งแล้วขณะที่จ้องมองดวงตาเบิกโตของคนตรงหน้า ... เด็กหนุ่มโผตัวเข้ามาหาเขารวดเร็วอย่างที่นึกไว้ทีเดียว

  

" คุณได้เจอเค้าอย่างนั้นเหรอ .. ที่ไหนเมื่อไหร่ .. แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหน "

  

มือกรำงานของโทโมยะค่อยวางแก้วกาแฟร้อนๆ ลง .. รอยยิ้มเลือนหายไปแล้วจากใบหน้า

  

" ฉันไม่ได้เจอหรอก ... "

  

ตอนนั้นเองที่โทสะของเด็กหนุ่มฉายชัดออกมา ... และโทโมยะก็ดูออก ....

  

" แต่ที่แน่ๆ เลขาฉันก็ได้เห็นเขาครั้งล่าสุดเร็วกว่านายแน่ๆ ที่ออฟฟิสก็มีกล้องวงจรปิด ... นายควรจะตั้งใจดูนามบัตรฉันมากกว่านี้เมื่อวาน ... จะได้แน่ใจว่าฉันเป็นทนายความ .. ฉันทำคดีที่ต้องตามหาคนมาแล้วเป็นร้อยๆ "

  

จินลดตัวลงนั่งและเบนสายตาออกไปที่ด้านนอกร้านเหมือนเคย .. แววตาที่จ้องมองเด็กน้อยที่ร้องไห้เพราะไอติมโคนหกเลอะเสื้อผ้ายังคงแสดงอารมณ์คุกรุ่น ... และมากกว่านั้นเด็กหนุ่มกำลังสับสนอย่างหนัก .... เขาลืมคิดไปนานว่าลำพังตัวเขาเองที่ไม่มีเบาะแส หลักฐาน หรือประสบการณ์ใดๆ นั้น ยากเพียงใดกับการตามหาคนๆ นั้น

  

" คุณกำลังคิดว่ามันจะไถ่ความผิดที่คุณเคยทำได้อย่างนั้นเหรอครับ ... โทโมยะซัง"

  

เป็นอย่างที่เด็กหนุ่มคาดไว้ .... ชายตรงหน้าเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างร้าน ... เด็กน้อยที่กำลังร้องไห้โยเยดูน่าสนใจสำหรับทนายความอย่างโทโมยะก็ตอนนี้เอง

  

" แล้วถ้าได้ความยังไงฉันจะมาบอกข่าวก็แล้วกัน ... "

  

และแล้วร่างสูงก็คว้ากระเป๋าเอกสารเดินจากไปเช่นคราวก่อน ... อีกครั้งที่อะคานิชิ   จินแค่นหัวเราะกับตัวเอง .... คนที่แม้แต่ทิ้งคนรักและลูกชายของตัวเองก็ยังทำได้นั้น คำพูดเมื่อครู่ไม่อาจผูกพันธ์เป็นคำมั่นสัญญาอะไรได้หรอก

  

............. ตอนนี้  นายอยู่ที่ไหนกันนะคาเมะ .... ทำไมถึงต้องบอกให้เค้ามาหาฉันด้วย ...............

  

..........................................................................................................................................................................

  

" เหนื่อยมั้ยครับวันนี้ ยามาชิตะ "

  

ทัตซึยะตะโกนทักทายมาจากหลังหน้าจอของเจ้าแมคแบล๊ค ... ข้าวหน้าปลาไหลวางรออยู่บนเคาน์เตอร์ ... ท้องที่กำลังแสบไปหมดร้องขอบคุณทัตซึยะอย่างล้นเหลือเลยทีเดียว .... เพราะนี่ก็เกินเวลารูมเซอร์วิสปิดไปครึ่งชม. ได้แล้ว

  

" ฮะ ... วันนี้สามเซทติดเลย ... ถ้าให้ผมถ่ายท่าตอนคลานได้ผู้กำกับเค้าคงให้ถ่ายเซท 4 ต่อเลยน่ะครับ "

  

ทัตซึยะหัวเราะออกมาขณะที่คนหน้าหวานทำได้แค่ทิ้งตัวลงกับโซฟาแล้วหลับตาอย่างอ่อนเพลียเหลือเกินแล้ว

  

" ผมเช็ดตัวให้ยูอิจิแทนดีกว่านะครับ โทโมฮิสะรีบไปอาบน้ำนอนน่าจะดีกว่า ... อ้อ .. ข้าวหน้าปลาไหลเดี๋ยวผมอุ่นให้ครับ "

  

" ผมมีเรื่องรบกวนทัตซึยะไม่สิ้นสุดเลย ... "

  

ทัตซึยะยิ้มบางก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวส่งยื่นให้

  

" ด้วยความยินดีของผมต่างหากครับ "

  

ยามะพีรีดยิ้มให้เท่าที่จะทำได้ก่อนตะกายไปทางห้องน้ำ แต่ก็ไม่ลืมหันมาสำทับอีกคน

  

" อย่าลืมทาโลชั่นให้เค้าด้วยนะครับ .... "

  

...........................................................

.............................................

  

ทัตซึยะกลับไปแล้วตอนที่เข็มนาฬิกาชี้ที่เลข 11 ตรงเป๊ะ ... และเช่นเคย ยามะพีมีกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำมากขึ้นหลายอย่างหลังจากที่มาอยู่ในโรงพยาบาลกลางกรุงนิวยอร์กนี้

  

" ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ... "

  

ยามะพีเริ่มบทสวดวิงวอนพระเจ้ากับลูกประคำขาวใสเหมือนเช่นทุกวันมือข้างหนึ่งถัดลูกประคำไป 1 เม็ดที่บทสวดครบ 1 รอบ .. และอีกข้างกำมือของคนป่วยไว้

  

60 เม็ด 60 รอบ .... บางทีนายแบบหนุ่มก็ไม่แปลกใจเลยที่หน้าตาเขาคล้ายแพนด้าเข้าทุกเซทๆ ในโฟโต้บุ๊ค

  

" วันนี้ออกไปถ่ายแบบอีกแล้วล่ะ ... สามเซทแน่ะ ตอนเซทสุดท้ายโดนทาเคะไล่ไปทำอารมณ์นานกว่าตอนได้ถ่ายอีกล่ะ ..

 

แล้ววันนี้แฟนของรินะซังมาเยี่ยมด้วยล่ะ หอบกุหลาบขาวมาช่อเบ้อเริ่มเลย ทั้งกองแซวกันใหญ่เลยล่ะ .. อุตส่าห์ลางานบินตามมาเลยนะเนี่ย ... เพิ่งจะเคยเห็นรินะซังเขินแบบผู้หญิงเป็นก็วันนี้แหละ ดูๆ ไปเธอก็น่ารักอยู่หรอกนะ เสียอย่างเดียว ทำไมตอนจัดคิวงานให้ฉันถึงโหดนักก็ไม่รู้ "

  

นี่ก็อีกกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำ .. คุยกับคนที่ไม่ยอมตอบรับ หรือหัวเราะกับเรื่องที่เค้าเล่าให้ฟังซะทีนั่นล่ะ ... ยามะพียังคงกำมือของยูอิจิไว้แน่นๆ เหมือนตอนที่สวดลูกประคำ ... เขาชอบเอามากๆ ที่มือข้างนั้นค่อนข้างจะอุ่น .. และถ้ากำแน่นๆ เข้าก็จะรู้สึกได้ถึงแรงเต้นตุบๆ ตามแรงเต้นหัวใจ ... นี่เป็นสิ่งยืนยันในเพียงไม่กี่อย่างที่ยูอิจิบอกเค้าว่ายังคงอยู่เคียงข้าง ... อย่างที่เคยได้สาบานไว้

  

แล้ก็จนได้ .... น้ำตาที่ไล่กลับไปเมื่อเช้าเริ่มไหลรินลงมาจากดวงตาคู่สวยอีกแล้ว ... เรื่องที่โบสถ์ในบรู๊คลินไม่เคยทำให้โทโมฮิสะยิ้มโดยไม่มีน้ำตาได้ซักทีที่นึกถึง ...

  

" ราตรีสวัสดิ์นะยูอิจิ "

  

ริมฝีปากอิ่มก้มลงประทับเบาๆ กับอีกคน ... เนิ่นนานและแนบแน่น ... นี่เป็นกิจวัตรประจำวันอย่างสุดท้ายในนครนิวยอร์กสำหรับยามะพี ... จุมพิตเรียกเจ้าชายให้ตื่น ... และแยกไปนอนเช่นทุกวัน

  

จึงไม่ได้สนใจหยดน้ำตาที่ไหลลงมาจนถึงหลังมือของยูอิจิ

   

........... ที่กำลังสั่น .............

  

..........................................................................................................................................................................

   

" ใช่ .. คนนั้นล่ะ ที่เป็นนายแบบน่ะ .. "

  

" หายไปประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว .... เจอครั้งสุดท้ายก็ที่ออฟฟิศผมเนี่ยล่ะ .. พื้นเพเป็นคนโตเกียว แล้วก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีญาติสนิทที่ไหนหรอก สืบมาได้ว่าพ่อแม่เสียตั้งแต่อายุ 14 ก็เลยอยู่คนเดียวในคอนโด "

  

" ห๊ะ !!! ที่ไหนนะ ... คุณแน่ใจรึเปล่า .. ได้ๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ "

  

...........................................................

.............................................

  

โทโมยะปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่าขณะที่ก้าวเข้าไปในห้องนั้น ขาทั้งสองข้างกำลังสั่น .. แล้วฮีทเตอร์ก็ดูจะทำงานดีไม่พอสำหรับเขาในเวลานี้ ... เขากำลังหนาวเหน็บไปถึงหัวใจเลยทีเดียว

  

เขาไม่รู้นักหรอกว่าคนที่กำลังตามหานั้นมีความสัมพันธ์อะไรกับจิน ... แต่การที่เด็กหนุ่มเอาแต่ตะลอนไปตามออฟฟิส ศูนย์การค้า หรือแม้แต่ตามถนนก็ยังเอารูปไปถามไถ่กับคนจนดูน่าสงสารนั่นน่ะ .. คงจะบอกได้ถึงความสำคัญ

  

" คุณเจอเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ .... ทานากะ "

  

" หลังจากได้รับคำสั่งคุณสองสามวันนั่นล่ะครับ .... "

  

" แน่ใจนะว่าไม่ผิดตัว "

  

" ไม่แน่นอนครับ ... "

  

ทานากะได้แต่มองตามชายตรงหน้าที่เสยผมตัวเองแรงๆ แล้วเบือนหน้าออกไปทางอื่น

   

" ผมไม่คิดว่าลูกชายผมจะทำใจได้ ........... "

      

End part 13 ...........

To be con..............................

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

edit @ 24 May 2008 03:07:37 by NP together

= =Mild Seven [Part 12]= =

posted on 23 May 2008 23:58 by np2gether

. . . . Mild Seven . . . .
Part 12 ..

 

" ดีมากครับ ยามาชิตะ หันมาทางกล้องด้วยครับ "


คนร่างบางเบือนใบหน้ามาตามที่ตากล้องสั่ง ... ดวงตากลมสวยคู่นั้นยังถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างมืออาชีพเหมือนเคย แม้ว่าจะแห้งผากและติดจะหม่นหมองซักหน่อย ... แต่นั่นก็ไม่นับเป็นปัญหาอยู่ดี ทาเคะคิดว่าบางทีเค้าอาจจะเลือกเซทนี้เป็นฟินาเล่ของโฟโต้บุ๊คเล่มนี้เลยด้วยซ้ำ เมื่อนายแบบหนุ่มแสดงสีหน้าและอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมขนาดนั้น

ชื่อของเซทที่ว่าก็คือ


........ 'GIVE UP' ........

 

...........................................................
.............................................


" โอเคครับ ยอดเยี่ยม ... วันนี้พักกองแค่นี้ครับ "


เสียงตะโกนเลิกกองของทาเคะจังเรียกความสดชื่นของคนในกองกลับมาได้ทันที ... ยามะพีโค้งและยิ้มของคุณให้กับคนในกองตลอดทางที่แยกไปยังห้องแต่งตัว


" วันนี้ยอดไปเลยนะคะพีจัง รวดเดียวผ่านหมดเลยนะเนี่ย ! "


รินะซังผู้จัดการส่วนตัวแวะเข้ามาทักอย่างร่าเริง ... ขณะที่คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มบางๆ ตอบกลับคำชมเชยนั้น


" แล้ววันนี้นากามารุคุงไม่มาด้วยกันเหรอคะเนี่ย ... สาวๆ ช่างแต่งหน้าถามถึงกันเกรียวเลยนะคะ "


หญิงสาวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มทะเล้นเหมือนเคย ... แปลกเพียงที่ว่าลดรอยยิ้มลงเร็วกว่าเดิมมากก็เท่านั้น ... แววหม่นหมองที่ฉายชัดในดวงตากลมโตตรงหน้านี่เองที่ทำเอารินะซังยิ้มไม่ออก


" เค้า ... ไม่ค่อยสบายน่ะครับ นอนอยู่ที่โรงแรม "


" เหรอคะ ... ยังไงฝากอวยพรให้หายเร็วๆ แล้วกันนะคะ นากามารุคุงไม่มากองขาดชีวิตชีวาไปเยอะเลย "


หลังจากนั้นเองที่หญิงสาวยื่นคิวงานสำหรับวันต่อไปให้และพาตัวเองออกไปจากห้องแต่งตัวนั้น .... จริงอย่างที่รินะซังว่า ยูอิจิไม่มาทำเอาสาวๆ เหงากันเป็นแถบทีเดียว ถึงจะไม่ใช่คนช่างพูดแต่ด้วยความอ่อนโยนและเอาใจใส่ทุกๆ คนนี่เองที่ทำให้คนร่างสูงเป็นที่รักนักหนา พอขาดไป กองถ่ายก็เหงาเอาจริงๆ


กองถ่ายขาดชีวิตชีวา... เพียงแต่


.......... นายแบบน่ะ แทบจะไม่มีชีวิตแล้วด้วยซ้ำไป .........

 

..........................................................................................................................................................................

 

" น้ำครับ ... "


มือหนายื่นแก้วน้ำวางลงบนโต๊ะกระจกอย่างสุภาพต่อหน้าอีกคนหนึ่ง ... คนรับผงกหัวเป็นเชิงขอบใจเด็กหนุ่มก่อนจะยกแก้วขึ้นจรดปาก ... ระหว่างนั้นมีเพียงแต่ความเงียบที่คั่นกลางระหว่างทั้งสอง ... จนกระทั่งลดแก้วลงแล้ว ชายวัยกลางคนก็ยังคงถือแก้วไว้ด้วยมือสองข้างแน่นๆ อย่างไม่รู้จะทำอะไรดี


" วันนี้ไม่มีงานเหรอ ... "


เป็นชายในชุดสูทภูมิฐานที่เริ่มบทสนทนาขึ้นก่อน ... จินเหลือบมองคนตรงหน้าเพียงครั้งหนึ่งแล้วก้มหน้าลงต่ำอีกครั้งขณะที่ตอบกลับไป


" ไม่มีครับ ... แล้ว ..... โทโมยะซังล่ะครับ "


เช่นกันที่โทโมยะเหลือบขึ้นมองคนตรงหน้าครู่หนึ่งด้วยเพราะความแปลกใจในสรรพนามที่ถูกเรียกนั้น


" เข้าออฟฟิสไปเมื่อช่วงเช้า เคลียร์เอกสารไปเรียบร้อยแล้วล่ะ .. นายอาจจะไม่รู้ ฉันเป็นทนายความน่ะ .. นี่นามบัตร "


กระดาษแผ่นเล็กๆ ถูกยื่นออกมาส่งให้ .. และคนร่างสูงก็ทำเพียงแค่รับมันไปวางไว้ที่โซฟาข้างตัว ไม่แม้แต่จะยกขึ้นดูตามมารยาทด้วยซ้ำ


" ครับ .. ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นทนาย .. และถ้าจะให้พูดมากกว่านั้นล่ะก็ .. ผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณซักนิดเลยด้วยซ้ำ "


ครั้งแรกที่จินสบตากับคู่สนทนาตรงๆ และพูดประโยคเมื่อครู่ด้วยถ้อยคำเนิบนาบ .. แต่สำหรับโทโมยะแล้ว มันคงดีกว่าถ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะยังคงหลบตา แทนสายตาก้าวร้าวแบบนี้ ...


ชายวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะที่เอนตัวลงช้าๆ กับโซฟาตัวยาว ... มือทั้งสองข้างเลื่อนกลับมาประสานกันหลวมๆ ที่เข่าข้างหนึ่ง


" ฉันจบนิติศาสตร์จากอาโอยามะ ระหว่างนั้นก็ลองผิดลองถูกอยู่หลายปี แต่ก็โชคดีที่มาตั้งสำนักทนายความของตัวเองได้ แล้วกิจการก็"
" จะเป็นอะไรมั้ยครับถ้าผมไม่อยากฟัง "


จินโพล่งขัดกลางประโยคขึ้นมา .. และก็ได้ผล โทโมยะหยุดบทสนทนาลงทันที

" จิน ... คือ"
" ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย อยากจะพักผ่อน รบกวนคุณกลับไปเถอะครับ "


เด็กหนุ่มพูดทั้งหมดออกมาเร็วๆ ขณะที่เหยียดตัวลุกขึ้นยืนและผายมือไล่อีกฝ่ายอย่างเสียมารยาท ...


โทโมยะหลับตาลงแน่นๆ ขณะที่หยิบกระเป๋าเอกสารข้างตัวยืนขึ้นประจันหน้ากับเด็กหนุ่ม ... ดวงตาสวยคู่นั้นที่เขาคุ้นแสนคุ้นเหลือบลงต่ำ ราวกับว่าแค่การต้องมองหน้าเค้าก็ทำให้อีกคนตรงหน้ารู้สึกแย่เกินจะทน


" แล้วฉันจะมาใหม่ ... เรายังมีอีกหลายเรื่องต้องคุยกันจิน "


เสียงประตูห้องปิดลงไม่นานหลังจากนั้นหากแต่คนร่างสูงก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ... ดวงตาทั้งสองข้างกำลังปิดลงแน่นๆ เช่นเดียวกับมือทั้งสองที่กำแน่นจนสั่นระริก

 

................ แม่ครับ .. ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นเค้ากลับมาแล้ว ...................

 

..........................................................................................................................................................................

 

" กลับมาแล้วเหรอครับ ยามาชิตะ "


เช่นเคยที่ยามะพีผงกหัวให้พร้อมกับยิ้มเป็นคำตอบรับ ... แขนเล็กๆ ทั้งสองข้างวางข้าวของลงกับเบาะโซฟาและทิ้งตัวตามลงมาอย่างเหนื่อยล้าเต็มทน


" งานเรียบร้อยดีมั้ยครับวันนี้ "


" ดีครับ ... แต่ก็เหนื่อยแทบไม่ไหวเลยเหมือนกัน ... ทัตซึยะล่ะครับวันไหนถึงจะไปส่งต้นฉบับอีกที "


" คงอาทิตย์หน้าเนี่ยล่ะครับ ทานอะไรมารึยังครับ เดี๋ยวหลังสามทุ่มรูมเซอร์วิสจะปิดซะก่อน "


" อา ... ผมขออาบน้ำก่อนเดี๋ยวค่อยออกมาสั่งน่าจะดีกว่า ไม่งั้นหลับคาจานแน่ๆ "


คนหน้าสวยพูดออกมาพร้อมกับยิ้มให้น้อยๆ และทัตซึยะก็ยิ้มตามไปด้วย ... บางทีการได้ออกไปเจอโลกภายนอก เจอคนข้างนอกบ้างก็คงดีสำหรับยามาชิตะในเวลานี้


" โอเคครับ เดี๋ยวผมโทรสั่งให้ดีกว่า ... ข้าวหน้าเนื้อเหมือนเดิมรึเปล่าครับ "


" ครับ .. ขอบคุณมากเลย "


โทโมฮิสะเดินเลี่ยงมาหยิบผ้าเช็ดตัวในลิ้นชักข้างเตียงคนป่วย ... ดวงตากลมสวยอ่อนแสงลงเช่นเคยขณะที่มองไปยังคนบนเตียง .. ดวงตาคมคู่นั้นเปิดออกและมองจ้องไปข้างหน้านิ่งเหมือนเมื่อวาน .. ไม่มีความรู้สึกใดๆ สื่อสารออกมา ... นานๆ ครั้งเท่านั้นที่จะปิดกระพริบ


" ยัง ...เหมือนเดิมใช่มั้ยครับ "


ทัตซึยะไม่ได้หันมาสบตาเหมือนอย่างเคย .. อาจเป็นเพราะกำลังวุ่นกับการโทรสั่งอาหารทางรูมเซอร์วิส


" ครับ .. เหมือนเดิม"


ยามะพีหยิบข้าวของส่วนตัวอีกนิดหน่อยแล้วก็เดินไปทางห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ... ทัตซึยะวางโทรศัพท์ที่โทรสั่งอาหารเรียบร้อยแล้วลงกับแป้นเหมือนเดิม ก่อนที่จะละไปปั่นต้นฉบับที่ต้องส่งภายในอาทิตย์หน้านี้แล้ว


" แน่ใจเหรอครับ ... ว่าทำแบบนี้ดีแล้ว "


..........................................................................................................................................................................

 

" กลับมาแล้วครับ "


เสียงทุ้มตะโกนไม่เบานักหลังจากละเข้าประตูห้องมา ... และเช่นเคย ไม่มีเสียงตอบกลับจากห้องสีหิมะอันหนาวเหน็บนั้น ... จินรู้สึกตัวเองใกล้จะมีอาการทางจิตเต็มทีที่เฝ้าย้ำคิดย้ำทำยึดติดแบบนี้


ตะโกนบอกทั้งไปทั้งกลับทั้งที่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
นอนฝั่งซ้ายของเตียงโดยไม่ยอมเฉียดไปแย่งที่อีกฝั่งโดยเด็ดขาด
ของอะไรที่เจ้าของห้องอีกคนกินเหลือไว้ในตู้เย็นจินจะเก็บไว้อย่างนั้นแม้มันใกล้จะเสียเต็มที
ใช้ตู้เสื้อผ้าแค่ครึ่งตู้


ไม่เกินอาทิตย์หน้าเค้าคงได้เอาตุ๊กตามิกกี้เมาส์มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนแน่ๆ


ร่างสูงแค่นยิ้นให้กับตัวเอง แม้ว่าดวงตาคมทั้งคู่จะไม่ยิ้มไปด้วยก็ตามที


วันนี้ก็อีกวันที่จินเฝ้าตระเวนไปตามกองถ่ายต่างๆ ... แน่นอนว่าคาเมะคงจะไม่กลับไปทำงานกลางผู้คนเยอะๆ แบบนั้นหรอก เพียงแต่ว่าอาจจะได้เบาะแสอะไรบ้างก็ได้


งมเข็มในมหาสมุทร ... ถ้าหากเพียงว่าเข็มเล่มนั้นมีอยู่จริง ก็แปลว่าซักวันจะต้องเจอเข้าแน่ๆ  จินเชื่อแบบนั้น

 


.................. เว้นก็เพียงแต่ .. เข็มเล่มน้อยนั้นอาจไม่ได้อยู่ในมหาสมุทรอีกต่อไปแล้ว ..................

 


End part 12 ...........
To be con..............................

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

edit @ 24 May 2008 01:07:02 by NP together