" แน่ใจเหรอจ๊ะคาเมะว่าจะรับจ๊อบนี้น่ะ .. จริงๆ แล้วฉันผ่านงานไปให้มาซามิจังแล้วนะ เพราะฉะนั้นถ้าแค่ห่วงว่าจะไม่มีคนรับช่วงต่อ หรือกลัวว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนอะไรพรรรค์นั้นล่ะก็เลิกคิดได้เลย ... มาซามิเธอก็ดูแฮปปี้ดีด้วยตอนที่ฉันบอกน่ะ "
รินะซังแกว่งตัวไปมาบนเก้าล้อเลื่อนขณะที่พูดทั้งหมดออกมา มือข้างหนึ่งเคาะมวนกระดาษเป็นจังหวะๆ เบาๆ กับโต๊ะทำงานตัวยักษ์ แต่ดวงตาสวยทั้งคู่ของเจ้านายสาวนี่เองที่ทำให้คาเมะรู้สึกได้ว่าเธอกำลังหนักใจ ที่มากกว่านั้นก็คือความเป็นห่วงเป็นใยที่ฉายชัด
" แน่ใจครับ จริงๆ แล้วผมแพลนงานนี้ไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะอย่างนั้นก็แน่นอนว่าอยากจะทำให้เสร็จ ... ถ้ารินะซังจะอนุญาติ "
เจ้านายคนสวยอดจะจิ๊ปากหน่อยๆ ออกมาไม่ได้เลยที่น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะอ้อนวอนนนั่นน่ะกำลังมัดมือเธอชกเต็มๆ ต่างหาก
" ลองฉันไม่อนุญาติดูสิ .. อยากรู้นักว่ามิสเตอร์คาเมนาชิจะยอมหรือยังไงกันท่าทางแบบนี้น่ะ .... ฉันพูดก็เพราะห่วงหรอกนะ คาเมะจัง "
คาเมะเชื่อหมดใจเลยทีเดียวว่าเจ้านายคนสวยไม่ได้โกหกเรื่องนั้น เพราะอย่างนี้คนร่างบางถึงได้เผยรอยยิ้มน้อยๆ ให้
" ครับ .. เรื่องนั้นผมรู้ดี ... แต่การที่รินะซังจะให้ผมหยุดอยู่บ้านยาวเป็นปีแบบนั้นน่ะ มันไม่ได้ช่วยอะไรนักยกเว้นแค่ทำให้ผมเป็นบ้าเร็วขึ้นก็เท่านั้น "
หญิงสาวฟังแล้วก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ ... การให้คนบ้างานอย่างคาเมะหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆ มันคงทรมานจิตทรมานใจเอามาก ถ้าให้ใกล้เคียงก็คงประมาณว่าเอายูอิจิไปนั่งหันหลังมัดไว้กับโคคิซักครึ่งวันอะไรอย่างนั้นล่ะมั้ง ..... เมื่อเห็นหญิงสาวหัวเราะขันอย่างนั้น คาเมะก็อดจะยิ้มตามออกมาไม่ได้
" โอเคจ้ะ ... ฉันเซ็นผ่านให้แล้วกัน .... ว่าแต่ดูสดชื่นขึ้นมากแล้วนะคาเมะ เรื่องนั้นน่ะ ตัดสินใจได้แล้วเหรอจ๊ะ "
ตอนนั้นเองที่คำพูดของรินะซังกำลังทำให้คนตรงหน้ามีท่าทีนิ่งลง ... อกบางสะท้อนด้วยแรงถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนที่จะพยักหน้ารับออกมา
" ครับ .. ผมตัดสินใจได้แล้ว "
เห็นท่าแบบนั้นเจ้านายสาวก็ไม่กล้าจะถามอะไรออกมาอีก .. ได้แต่ส่งรอยยิ้มร่าริงให้กำลังใจอย่างที่เธอถนัดก็เท่านั้น ...
" จ้ะ ... ถ้างั้นก็เรียบร้อยแล้วล่ะ เรื่องจ๊อบที่โบสถ์โตเกียวนั่นชั้นจะบอกมาซามิให้ก็แล้วกันนะ คาเมะจังก็กลับมาทำงานได้ตามปกติเหมือนเดิม ... แต่เรื่องลาน่ะ ฉันบอกไว้แล้วนะ ว่าตามสะดวก ห้ามเกรงใจเป็นอันขาดเลย "
คาเมะก้มหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางอีกครั้งขณะที่หมุนตัวไปทางประตูที่หญิงสาวผายมืออนุญาติให้ออกไปได้ ... ดวงตาเรียวทั้งคู่ของรินะมองตามร่างนั้นไป และย้ำกับตัวเองหนักๆ อีกทีว่า ไม่ว่าคาเมะจะตัดสินใจอย่างไรกับปัญหาที่ว่า เธอจะไม่มีทางมองลูกน้องคนเก่งเปลี่ยนไปจากนี้เด็ดขาด
..........................................................................................................................................................................
" ไง ไอ้โรมิโอ ... เมียแกหอบลูกหนีไปแล้วหรือไงถึงกลับมานอนที่บ้านได้น่ะ " เสียงตะโกนยียวนนั่นดังข้ามหัวมาจากด้านหลังเลยทีเดียว ไม่นานนักที่พี่ชายตัวขาวพร้อมกับขวดเบียร์เย็นจัดมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของม้าหิน ทักกี้ไม่ลืมเผื่อแผ่ให้น้องชายขวดนึงด้วย
" อย่าให้ทซึบาสะหนีกลับไปอยู่กับแม่มั่งแล้วกันไอ้พี่ชาย " เช่นเคยที่ร่างสูงเอ่ยยวนกลับไป พร้อมกับชนขวดเบียร์เย็นๆ เข้าด้วยกัน
" เรื่องนั้นน่ะรอให้หล่อกว่าฉันก่อนเถอะถึงจะเป็นไปได้ ... สรุปแฟนแกทิ้งมาจริงๆ เหรอเนี่ย " ครู่หนึ่งที่ร่างสูงตรงหน้าทำท่าเป็นยกขวดเบียร์ขึ้นดวดและเบนสายตาไปทางอื่น ... น่าแปลกที่จินรู้สึกว่าตัวเองกำลังปั้นหน้ายากเมื่อนึกถึงสิ่งที่ทักกี้พูด
" เคยบอกแล้วไง ไม่มีหรอกแฟนที่ว่านั่นน่ะ .. ปกติก็ไปค้างบ้านเพื่อนแค่นั้น "
เสียงเรียบๆ นิ่งๆ แบบนั้นทำเอาทักกี้ไม่กล้าถามต่อเลยเหมือนกัน ... คนตัวขาวจัดเลยเอนตัวลงพิงกับพนักหินอ่อนเย็นๆ แล้วชวนคุยเรื่องอื่นอย่างผ่อนคลาย ลำพังตัวเค้าก็ไม่ได้มีอะไรเครียดหนักขนาดต้องมากินเหล้าเคล้าบรรยากาศในสวนแบบนี้หรอก
มีแต่เจ้าน้องชายตัวดีนั่นล่ะ พักนี้นอกจากจะอยู่ติดบ้านติดช่องผิดปกติแล้ว ... ไอ้หน้าตาที่เห็นว่ายิ้มเอาๆ นั้นน่ะ มันดูขาดๆ เกินๆ แบบที่พี่ชายที่โตมาด้วยกันอย่างทักกี้เห็นแล้วคงเรียกได้อย่างเดียวว่า ฝืน
" เอาๆ .. แค่บอกว่าฉันหล่อกว่าหน่อยทำนิ่งเลยนะไอ้จิน .. มาๆ กินกัน ไม่เมาไม่เลิกวันนี้ ชนๆ !!"
หลังจากนั้นก็เป็นไปอย่างที่ทักกี้ว่า ..ทั้งสองคนยกเบียร์ขึ้นดวดไม่หยุดไม่หย่อน อย่างกลัวไม่เมาเลยจริงๆ
" เออ ... ชั้นก็จำได้ไอ้มัตซึโอะเด็กข้างบ้านนั่นน่ะ ที่มันเคยเอาคุโร่หมาบ้านเราไปย้อมสีนั่นไง ... เรื่องนี้น่ะจำไม่ลืมเลย ฮะๆๆ "
สองพี่น้องหัวเราะกันจนปวดท้องไปหมด .. ใบหน้าขาวๆ เหลาจัดนั่นก็แดงเรื่อไปหมดเหมือนกันทักกี้ยังคงกดลงไปแรงๆ ที่ท้อง และหอบเหมือนเหนื่อย ขณะที่อยู่ๆ คนตรงหน้าก็เหมือนกับจะนิ่งลง
" ทักกี้ ... แล้วถ้าวันนึงทซึบาสะหนีหายไปจริงๆ ล่ะ นายจะทำยังไง"
ท่าทีเอาจริงเอาจังแบบนั้นทำเอาทักกี้วางขวดแก้วในมือลงกับโต๊ะ ก่อนจะขยับตัวให้นั่งเข้าที่เข้าทางขึ้น
" ทำยังไงเหรอ .... อันนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าชั้นไปทำอะไรให้ เค้าถึงได้หนีไปด้วยนะ "
" แล้วถ้า ไม่มีเหตุผลล่ะ .. แบบอยู่ๆ ก็หนีไปเฉยๆ แบบนั้น "
" อืมมม ... คนเราน่ะ อยู่ๆ คงไม่หนีไปเฉยๆ หรอกมั้งชั้นว่า .. คนอยู่ด้วยกัน จะหนีหายไปมันต้องมีเหตุผลมั่งแหละ "
เป็นคำถามของทักกี้แทนแล้วที่ทำให้ร่างสูงวางขวดเบียร์ลงกับโต๊ะ แล้วก้มหน้าลงอย่างใช้ความคิดหนัก
" อาจจะ ... เบื่อแล้ว ล่ะมั้ง "
ถึงสติสัมปชัญญะจะไม่สมบูรณ์นัก .. แต่ทักกี้ก็ยังสังเกตได้ว่าน้องชายพูดคำนั้นออกมาด้วยความยากลำบากเต็มที
" อันนี้ก็พูดยากแฮะ เบื่อจนต้องหอบข้าวหอบของหนีนี่ชั้นนึกไม่ค่อยจะออกเลย .. ถ้าเป็นแบบนั้นชั้นว่าแค่บอกเลิกรากันก็น่าจะได้นะ เว้นแต่ว่าจะเซ้าซี้หนักๆ อะไรแบบนั้น ... แต่ถ้าเป็นทซึบาสะล่ะก็ .. คงจะโกรธเอามากๆ หรือไม่ก็เกลียดเลยล่ะมั้ง ถึงจะทำแบบนั้น .. แต่ไม่ว่ายังไงก็เหอะ ถ้าเป็นทซึบาสะ ชั้นก็คงจะต้องพยายามตามกลับมาให้ได้อยู่แล้ว ทำให้เค้าเกลียดได้ก็ต้องทำให้เค้ารักได้สิวะ มันจะไปยากอะไร อ้าว .. ไอ่จิน !! "
รู้ตัวอีกทีน้องชายก็คอพับลงไปคาราวะม้าหินศักดิ์สิทธิ์เข้าให้แล้ว ทักกี้ส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเข้าไปพยุงร่างน้องชายขึ้นมา ปกติคอแข็งเป็นทองแดง ทำไมวันนี้อยู่ๆ มันถึงน็อกลงไปได้นะเนี่ย
โซซัดโซเซกันอยู่นานจนกว่าทักกี้จะพาร่างน้องรักมาโยนลงเตียงเอาได้ ดีนะว่าทซึบาสะหลับไปนานแล้ว ไม่งั้นอาจได้โดนโกรธจริงๆ ก็เพราะโทษฐานมอมเหล้าไอ้ตัวดีนี่แหละ
" ทักกี้ ... "
ขนาดมึนสุดๆ ประสาทหูก็ยังทำงานดี ได้ยินเสียงแหบระโหยครางเรียกนี่ล่ะ ... ทักกี้รีบเดินเข้าไปหาเร็วๆ เท่าที่สังขารจะเอื้ออำนวยถึงจะปัดซ้ายป่ายขวาไปหน่อยก็เถอะ .. เผื่อมันโอ๊กอ๊ากขึ้นมาจะได้จับไปโยนใส่ห้องน้ำทัน
" อ้าว ... "
คนตัวขาวจัดอดจะอุทานออกมาไม่ได้ที่พอมาถึงที่ไอ้น้องชายตัวดีก็ยังคงดูหลับสนิทเหมือนเดิม ... ไอ้นี่ ละเมอเรียกชื่อเขาอย่างนั้นเหรอเนี่ย น่ารักน่าเขกกะโหลกจริงๆ ทรมานคนเมาแท้ๆ ไอ้จินนี่
เพียงเท่านั้นเองทักกี้ก็พยายามตะกายกลับห้องตัวเอง ไม่ลืมปิดไฟให้ห้องน้องชายด้วย ... ป่านนี้ทซึบาสะหนาวแย่แล้ว ไม่เคยปล่อยให้นอนคนเดียวซักคืน ... ชั่วขณะหนึ่งที่ทั้งห้องเย็นจัดนั้นมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน
และเสียงแหบระโหยปนเสียงสะอื้น
" ทักกี้ ... ถ้าอย่างนั้นเค้าคงเกลียดชั้นแล้วล่ะ "
..........................................................................................................................................................................
มันใช้เวลาครู่นึงเลยทีเดียวกว่ามือขาวๆ เกร็งจัดคู่นั้นจะยอมผลักบานประตูกระจกตรงหน้าเพื่อเข้าไปด้านใน
" สวัสดีค่ะ .. เอ๊ะ มารับผู้ป่วยใช่มั้ยคะ"
สาวน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูที่นั่งประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ฟอนท์เอ่ยทักออกมาอย่างแปลกใจไม่น้อยเมื่อพบว่าคนตรงหน้าดูจะไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่เธอคิดไว้แต่แรก
" เอ่อ .. ผม .. มาขอพบคุณหมอครับ .. นัดไว้แล้ว .. คุณหมอซาเอโกะ"
หญิงสาวทำหน้างงอยู่ซักพักนั่นเองก่อนที่จะยิ้มหวานๆ มาให้ แต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้คาเมะผ่อนคลายมากขึ้นนัก
" ถ้าอย่างนั้นรอซักครู่นะคะ ดิฉันจะไปเรียนคุณหมอให้ค่ะ "
" ครับ "
พอถูกทิ้งไว้คนเดียว ความอึดอัดที่จับต้องไม่ได้ก็เริ่มบีบอัดเข้ามาราวกับจะทำให้กระดูกบิดงอได้ทีเดียว และคาเมะถูกทิ้งไว้กับความรู้สึกที่แทบจะทำให้อาเจียนนี้มาได้แทบจะอาทิตย์นึงแล้ว คนร่างบางเขย่ามือทั้งสองข้างที่ประสานกันไว้แรงๆ ทีหนึ่ง พร้อมๆ กับที่บอกตัวเองว่าวันนี้แล้วที่ความรู้สึกทรมานแบบนั้นจะถูก .. กำจัด .. ไปเสียที
" คุณหมอว่างแล้วค่ะ เชิญด้านในได้เลย .. คุณคาเมนาชิ ใช่มั้ยคะ"
" ครับ "
สาวน้อยคนนั้นพาคาเมะไปจนถึงหน้าห้องกระจกใสขุ่นของคุณหมอเลยทีเดียว ก่อนที่จะลาไปอีกทาง รอยยิ้มของเธอยังคงสว่างไสวเหมือนเมื่อตอนแรก .. อาจจะแปลได้ว่ายังไม่ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับเขาก็เป็นได้
คาเมะไม่แปลกใจเลยที่ตัวเองใช้ในการที่จะเปิดบานประตูตรงหน้านานซะกว่าครั้งที่ตัดสินใจเปิดประตูคลีนิคตอนแรกเสียอีก ปฏิเสธได้ยากเหมือนกันที่บางครั้งก็คล้ายได้ยินเสียงโทนแหลมๆ ในหัวบอกให้วิ่งออกจากไปที่นี่ หยุดการกระทำนี้ซักที
" สวัสดีค่ะ คุณคาเมนาชิ"
" สวัสดีครับคุณหมอ "
คุณหมอตรงหน้าค่อนข้างจะสาวกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว ท่านรูปร่างโปร่งบางอย่างสาวสมัยใหม่ แต่สีผิวกลับซีดอย่างสังเกตได้ ถึงแม้จะถูกพรางไว้ด้วยเครื่องสำอางค์โทนเข้มมากก็ตามที บรรยากาศภายในห้องนั้นเย็นเยียบอย่างที่จินตนาการไว้ทีเดียว ด้านหลังของคุณหมอเป็นเตียงคนไข้ที่ขึงด้วยผ้าปูสีหม่น และถาดอุปกรณ์ทางการแพทย์นานาชนิดก็อยู่ไม่ไกลกันนั่นเอง คาเมะปฏิเสธตัวเองไม่ให้กลืนน้ำลายลึกๆ ไม่ได้เลย
"หมอได้ดูเอกสารที่คุณส่งมาให้ทางอีเมล์แล้วนะคะ จริงๆ แล้วการตรวจสอบของคุณหมอนากาม่าก็ไม่ใช่ว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่ยังไงหมอคงต้องขอตรวจอีกทีให้แน่ใจก่อน คุณคาเมนาชิไม่มีปัญหาใช่มั้ยคะ"
คาเมะทำได้แค่สั่งให้ตัวเองผงกหัวตามเท่านั้นเอง
" ถ้าอย่างนั้นเริ่มจากการอัลตร้าซาวด์ก่อนแล้วกันนะคะ ตอนนี้รู้สึกปวดปัสสาวะบ้างรึเปล่าคะ "
" ไม่ครับ .. "
" ผลซาวด์จะชัดเจนต้องให้ส่วนของกระเพาะปัสสาวะขยายตัวเต็มที่น่ะค่ะ ถึงจะดูได้ชัด ยังไงเดี๋ยวหมอจะให้คุณพยาบาลหาน้ำให้ดื่มเยอะหน่อยนะคะ แล้วถ้ารู้สึกว่าปวดปัสสาวะในระดับที่แทบจะกลั้นไม่ได้แล้วถึงจะเชิญเข้าห้องตรวจได้นะคะ .. เชิญที่ห้องรับรองทางห้องอัลตร้าซาวด์ได้เลยค่ะ "
"คุณคาเมนาชิคะ .. "
ขณะที่กำลังหันหลังจะออกไปจากห้องอย่างที่บอกนั่นเอง ที่คุณหมอส่งเสียงเรียกคนร่างบางอีกครั้ง .. อยู่ๆ คุณหมอที่ท่าทีไม่ร้อนไม่หนาวกลับแสดงสายตาที่ลำบากใจออกมาแบบนั้นก็ทำให้คนร่างบางรู้สึกชาวาบมาตามแนวสันหลังเลยทีเดียว
" ถ้าผลตรวจยืนยันตามที่คุณหมอนากาม่าให้ความเห็นไว้ .. คุณยืนยันที่จะเลือกเอาเด็กออกใช่มั้ยคะ"
ขณะนั้นเองที่คาเมะรู้สึกได้เลยว่ามวลอากาศเย็นๆ ในห้องนั้นกำลังอัดตัวเข้าใส่เค้าจนแทบจะทำให้เอาอาเจียนออกมา .. ความรู้สึกที่ทำร้ายเค้ามาตลอดช่วงอาทิตย์นี้กำลังกำเริบขึ้นแรงๆอีกแล้ว
" หมออยากให้คุณตัดสินใจดูดีๆ อีกครั้งนะคะ ... หมอเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องที่รับได้ยากในสังคม .. แต่หมออยากให้คุณรู้ไว้ก่อนว่าหลังจากที่คุณเอาเค้าออกไปแล้ว การกระทำนั้นมันจะไม่สามารถแก้ไข หรือชดใช้อะไรได้เลย .. หมออยากให้คุณ ... "
" ผมตัดสินใจแล้วครับหมอ .. และผมยืนยันตามนั้น"
คาเมะตอบกลับไปเพียงเท่านั้นเองขณะที่รีบพาร่างตัวเองออกมาจากห้องที่อากาศเย็นและความรู้สึกที่เย็นเยียบกว่านั้นกำลังจะอัดเค้าให้ล้มลงไปต่อหน้าคุณหมอซาเอโกะ ถึงแม้จะออกมาได้เพียงแค่หน้าห้องก็ตามที .. ฝ่ามือขาวจัดทั้งสองข้างเสยไปที่ผมสีอ่อนของตัวเองแรงๆ ... ขณะที่พยายามจะปิดตาแน่นๆ ... คาเมะยอมโกหกตัวเองดีกว่าที่จะยอมรับว่ารู้สึกถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่กลิ้งลงมาทางหางตา
แล้วขั้นตอนหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่คุณหมอว่า ก่อนจะออกมาที่นี่เค้าเพิ่งจะเข้าห้องน้ำไป และนั่นเองเป็นเหตุผลที่ทำให้เค้าต้องทนดื่มน้ำเปล่าๆ นี่เป็นแก้วที่สิบเข้าไปแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะปวดขนาดที่จะตรวจได้เลย แม้ว่าท้องจะแน่นไปหมด และเริ่มรู้สึกว่าอยากจะอาเจียนออกมาเต็มทนแล้ว
........ เวรกรรมอะไรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้กันนะ .......
ขณะที่ถอนหายใจยาวๆ อย่างพะอืดพะอมเต็มทนนั่นเองที่โทรศัพท์ภายในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นแรงๆ คาเมะวางแก้วในมือลงก่อนจะหยิบเจ้าเครื่องสื่อสารสีแสบตานั้นขึ้นมา
" Okaasan "
หน้าจอปรากฎชื่อกระพริบถี่ๆ อยู่หลายครั้งก่อนที่คาเมะจะยอมเปิดฝาพับขึ้น หลังจากที่แน่ใจว่าคุณพยาบาลอยู่ไกลพอที่จะไม่ได้ยินเสียงเขา
" ครับแม่ ... "
" ไงเรา ..หายไปเลยนะ นี่ใจคอย้ายบ้านย้ายช่องจะไม่บอกแม่เลยใช่มั้ย ส่งคุกกี้ที่ทำสุดฝีมือไปให้แล้วโดนตีกลับมาน่ะมันเสียใจน่ะรู้มั้ย .. คาซึยะ "
น้ำเสียงน้อยใจแบบคนที่เลยวัยสาวไปมากแล้วทำมันน่าเอ็นดูจนคาเมะอดจะคลายรอยขมวดคิ้วออกไม่ได้.. น้ำเสียงของแม่ที่ไม่ว่าได้ยินเมื่อไหร่ก็ให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยอยู่เสมอ
" เพิ่งจะย้ายวันสองวันนี้เองครับ .. ไม่ทันได้บอก "
" จ้ะ .. แล้วทำไมถึงได้ย้ายซะล่ะจ๊ะ .. ไหนว่ามันเงียบดี เราชอบไม่ใช่เหรอ"
ร่างบางกลืนน้ำลายแรงๆ อีกทีก่อนจะตอบกลับไป ทำไมแม่ต้องสอนว่าห้ามโกหกมาตั้งแต่เด็กด้วยนะ
" ที่เก่าเริ่มเดินทางไม่สะดวกน่ะฮะ .. พักนี้มีงานเลิกดึกๆ บ่อย ที่นี่มีเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วย ถ้าบางทีกลับด้วยกันได้ จะได้ผลัดกันขับรถไงครับ"
" เหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ .. เรายิ่งชอบทำงานไม่รู้เวร่ำเวลา ดูแลตัวเองบ้างนะลูก แม่เป็นห่วง .. "
" ฮะ .. แม่ด้วยนะฮะ"
" ถ้างั้นก็เท่านั้นล่ะจ้ะ .. ว่างแล้วกลับมาบ้านบ้างนะลูก พ่อเค้าบ่นคิดถึงลูกชายแย่แล้วนะเนี่ย "
คาเมะเพียงได้แต่ยิ้มบางตอบไปเท่านั้น ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีทางเห็นได้ แต่ความรู้สึกที่ว่ายังมีคนที่ไม่ทอดทิ้งเราไปน่ะ มันทำให้อดจะรู้สึกดีขึ้นมาไม่ได้จริงๆ
" แม่ครับ !!"
" จ๊ะ .. มีอะไรลูก"
อยู่ๆ ตะโกนเรียกแบบนั้นคุณแม่เองก็ตกใจอยู่เหมือนกัน .. ยิ่งเรียกหาแล้วลูกชายเงียบตอบแบบนี้ก็ทำเอาเธอร้อนรนเหมือนกัน
" คาซึยะ .. มีอะไรรึเปล่าลูก ได้ยินที่แม่พูดรึเปล่า"
" ครับ .. ได้ยิน ..."
ชั่ววินาทีที่ทั้งสองฝ่ายเงียบไปอีกครั้ง
"แม่ .... ทำไมถึงได้ตัดสินใจคลอดผมออกมาเหรอครับ "
" เห~~ .. อยู่ๆ ทำไมถามแบบนั้นล่ะจ๊ะ "
" อืมม .. มีลูกค้าที่เค้าท้องแล้วคิดว่าจะเอาเด็กออกน่ะครับ .. ก็เลย .. "
" อ๋อ ... อย่างนั้นเองเหรอจ๊ะ .. ตกใจหมด .. นึกว่าไปทำสาวที่ไหนท้องซะอีกแน่ะเรา "
คุณแม่ยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย .. จึงทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตว่าอีกฝ่ายของปลายสายนั้นเงียบสนิททีเดียว เรียวคิ้วทั้งสองข้างกำลังขมวดกันเข้ามาแน่นๆ อีกครั้งแล้ว
" พูดยังไงดีล่ะจ๊ะ .. แม่เองตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าท้องน่ะก็ไม่เคยมีความคิดที่จะเอาออกเลยซักครั้ง ถึงตอนนั้นพ่อกับแม่จะยังไม่ได้แต่งงานกัน แล้วบ้านเราตอนนั้นก็ยากจนเอาเรื่องเลยเหมือนกันนะ .. แต่พอคิดว่าเด็กที่อยู่ในท้องน่ะเค้าเลือกที่จะเกิดมาเป็นลูกของผู้หญิงธรรมดาอย่างแม่น่ะ มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญขึ้นมาเลยนะจ๊ะ การที่ได้เป็นแม่ของเด็กคนนึง ได้ดูแล ปกป้อง แล้วก็ได้รักเค้าน่ะ มันทำให้ผู้หญิงคนนึงกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้เลยนะจ๊ะ
การที่เราได้เป็นแม่ลูกกันน่ะ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะคาซึยะ พระเจ้าท่านเลือกเราให้กันและกันต่างหาก .. เหมือนเนื้อคู่แบบนั้นไงจ๊ะ"
" แม่เป็นเนื้อคู่กับพ่อต่างหากล่ะครับ .. "
" ฮะๆ ..นั่นสินะ อย่าบอกพ่อล่ะ เดี๋ยวจะน้อยใจอีก "
ริมฝีปากบางวาดเป็นรอยยิ้มไปพร้อมๆ กับดวงตาคู่สวยคู่นั้น อย่างที่หาได้ยากเหลือเกินในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา .. ถึงแม้ว่ารอยยิ้มนั้น จะมาพร้อมกับน้ำใสๆ ที่กำลังไหลเป็นสายลงมาอาบแก้มก็ตามที
"ผมต้องไปแล้วครับแม่ .. "
"จ้ะ .. แม่ก็จะไปทำกับข้าวต่อแล้วเหมือนกัน ... ดูแลตัวเองนะลูก"
" ครับ ... ผมรักแม่นะครับ "
"จ้ะ .. แม่ก็รักคาซึยะเหมือนกันจ้ะ ... ก็ลูกน่ะ เป็นของขวัญจากพระเจ้านี่ จริงมั้ยจ๊ะ "
จังหวะที่คาเมะสับปิดพับโทรศัพท์นั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพยาบาลมาเรียกนั่นเอง .. ตอนนี้เค้าคิดว่าคงจะตรวจได้แล้วพอดีเหมือนกัน
.....................................................
......................................
มือขาวซีดของคุณหมอซาเอโกะกำลังสับฟิล์มผลการอัลตร้าซาวด์อยู่ในมือไปๆ มาๆ อย่างที่ทำให้คนร่างบางรู้สึกอึดอัดเหลือทน อากาศเย็นๆ ในห้องนี้กำลังทำให้เค้าหายใจยากเต็มที
"คุณกำลังตั้งครรภ์จริงๆ ค่ะคุณคาเมนาชิ .. ประมาณเจ็ดอาทิตย์ได้แล้ว"
จังหวะที่คาเมะเบิกดวงตาขึ้นกว้างก็คือเวลาเดียวกับที่คุณหมอโยนแผ่นฟิล์มลงบนโต๊ะทำงานและถอดแว่นออกวางทับไว้
"อายุครรภ์เท่านี้ถ้าคุณคาเมนาชิยืนยันที่จะเอาออกก็สามารถกินยาขับเลือดออกมาได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อตัวคุณเองมากได้ .. และโดยส่วนใหญ่ก็ได้ผล เว้นแต่ว่าอาจมีอาการตกเลือดเกินขนาดตามมาได้ในหลายๆ รายนะคะ "
คำพูดยาวๆ ของคุณหมอเริ่มจะเข้ามาสู่ความคิดของคาเมะได้ยากพอๆ กับการหายใจเข้าปอดในเวลานี้ .. ปลายนิ้วที่จิกแน่นเข้ามาเย็นเยียบและขาวจัดถึงจะเจ็บแต่คาเมะก็ยังเลือกจะจิกมันลงกับผิวเนื้อแบบนั้น .. ไม่แน่ว่าคนร่างบางอาจจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดภายนอกแล้วก็ได้
" เชิญมานั่งที่เตียงด้านนี้เลยค่ะ .... "
คุณหมอซาเอโกะเหลือบมองคนไข้ของเธออย่างเป็นห่วงเป็นใยเต็มทน เธอยื่นมือออกไปรับฝ่ามือขาวจัดข้างหนึ่งไว้ .. แต่ดูเหมือนคนไข้จะไม่รู้ตัวนักหรอกว่ากำมือเธอไว้จนแน่นขนาดนี้
คุณหมอหันไปทางชั้นใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์อีกส่วนหนึ่งด้านหลังสุด และหยิบยาขวดหนึ่งมารินใส่แก้วให้ได้ปริมาณตามที่ขีดไว้ข้างแก้ว .. ถึงจะต้องทำเรื่องแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง .. แต่สาบานได้เลยว่าเธอไม่เคยชินกับความรู้สึกผิดซ้ำๆ แบบนี้ซักที
" ดื่มให้หมดแก้วเลยนะคะ .. "
ร่างตรงหน้าไม่ได้ยื่นมือมารับแก้วยานั้น
"คุณคาเมนาชิคะ .. "
เรียวตาสวยเหลือบมาทางเธอ ... และดวงตาคู่นั้นดูตระหนกไม่น้อยทีเดียว ..
" ดื่มให้หมดแก้วนะคะ .. ถ้าปวดท้องมากให้เรียกหมอได้เลยนะคะ "
คาเมะเอื้อมมือมารับแก้วไปแล้ว .. และหน้าที่ของคุณหมอจบสิ้นลงแล้วพร้อมๆ กับอีกหนึ่งบาปที่เธอและคนไข้ของเธอร่วมกันก่ออีกครั้ง .. และอีกชีวิตแสนบริสุทธิ์ที่กำลังจะถูกตัดสินโดยไร้ความยุติธรรมอย่างที่สุดอีกครั้งเช่นกัน ... คุณหมอหันหลังให้กับความผิดบาปนั้นอย่างรู้สึกขมให้คอเต็มทนขณะที่หันกลับไปที่โต๊ะทำงาน
ครู่หนึ่งที่คุณหมอซาเอโกะอ่านเอกสารตรงหน้าไปเรื่อยๆ อย่างใช้ความคิด .. คนไข้ข้างหลังม่านนั้นไม่ได้เรียกหา หรือมีเสียงดิ้นพราดอย่างที่เธอนึกเป็นห่วง
" คุณหมอครับ .... "
ซาเอโกะขานรับเร็วพอๆ กับที่รุดร่างมากระชากม่านออก ... และภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอเบิกตากว้างขึ้นอีก
" ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ... "
คนร่างบางยื่นแก้วยาที่ยังเต็มอยู่ในปริมาตรเดิมคืนให้ ... และกำลังก้าวลงจากเตียงนั้น
" ขอโทษด้วยนะครับที่มารบกวน ... "
คุณหมอซาเอโกะรับแก้วกลับมาพร้อมๆ กับที่รับการโค้งขอโทษจากคนตรงหน้า ... หากแต่ริมฝีปากสีจัดของคุณหมอกำลังเหยียดออกเป็นรอยยิ้ม
" หมอต่างหากค่ะ ที่ต้องขอบคุณคุณ ... แทนเจ้าตัวเล็กในท้องยังไงล่ะคะ"
คาเมะพยายามจะยิ้มตอบกลับไปเหมือนกันแม้จะรู้สึกว่าไร้เรี่ยวแรงเต็มทีก็ตาม .. รู้สึกขอบคุณรอยยิ้มของคุณหมอเอามากๆ ทีเดียว ที่พอจะทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกขึ้นมาบ้าง .. ถึงแม้จะรู้สึกสับสนเต็มทีก็ตาม
คนร่างบางเดินลากขาช้าๆ หลังจากพ้นหน้าคลีนิคที่คิดจะไปทำแท้งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว .. รู้สึกขอบคุณเจ้าเก้าอี้ริมทางสีน้ำตาลคร่ำคร่าตัวนี้ไม่น้อย .. ตอนนี้เค้าเหนื่อยล้าเกินกว่าจะยืนได้แล้ว
ฝ่ามือเรียวข้างหนึ่งยันตัวลงกับเก้าอี้ .. ขณะที่อีกข้างยกขึ้นมาค้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง .. ฝ่ามือข้างนั้นกำแน่นจนสั่นก่อนที่มันจะคลายออก .. และทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาอย่างการที่กำลังแตะลงบนหน้าท้องราบเรียบของตนเอง
ลมเย็นๆ กำลังพัดผ่านมาคาเมะหลับตาแน่นๆ เพื่อความรู้สึกที่เหมือนจะมาแบ่งเบาความรู้สึกอันหนักหนาของเค้าไป ขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งก็ยังลูบเบาๆ อยู่บนหน้าท้องอยู่แบบนั้น .. คล้ายแว่วได้ยินเสียงแม่ อย่างเดียวกับที่ได้ยินตอนที่กำแก้วยาไว้แน่นๆ ในคลีนิคอีกครั้ง
............ ก็ลูกน่ะ เป็นของขวัญจากพระเจ้านี่ จริงมั้ยจ๊ะ ..............
End Part 5
To be continue
-----------------------------------------------------------------------------------------------